Showing posts with label Knife fighting. Show all posts
Showing posts with label Knife fighting. Show all posts

Sunday, December 30, 2012

Throwing Knife


Throwing Knife

มีดขว้าง (Throwing Knife) มีใช้ในหลายวัฒนธรรมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอัฟริกา อเมริกา ยุโรป เอเชีย มีดขว้างสมัยใหม่มักจะทำจากโลหะชิ้นเดียวยาวจรดด้ามมีด ไม่มีชิ้นส่วนเสริมประกบด้าม โดยปลายมีดจะแหลมและคมมีดมักยาวถึงกลางมีด (โดยส่วนใหญ่มักมีสองคม) และในบางวัฒนธรรมมีการออกแบบมีดขว้างไว้อย่างหลากหลายมาก

มีดข้วางมี 2 แบบ คือ แบบสมดุลย์ (Balanced knives) และ แบบไม่สมดุลย์ (Unbalanced knives) โดยแบบสมดุลย์นั้นน้ำหนักของมีดจะอยู่สมดุลย์ตรงกลางมีดพอดี ส่วนแบบไม่สมดุลย์นั้นน้ำหนักของมีดส่วนใหญ่จะเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งไม่อยู่ตรงกลางมีด

โดยส่วนใหญ่มีดขว้างแบบสมดุลย์นิยมมากกว่าแบบไม่สมดุลย์ เนื่องจากขว้างได้ง่ายกว่าสามารถจับมีดขว้างได้ดีทั้งการจับที่ด้ามหรือที่ใบมีด ส่วนการขว้างมีดแบบไม่สมดุลย์นั้นโดยทั่วไปจะจับส่วนที่เบาที่สุดของมีด เช่น ถ้าใบมีดเบากว่าด้ามมีดก็ให้จับที่ใบมีดเวลาขว้าง แต่ถ้าด้ามมีดเบากว่าใบมีดก็ให้จับที่ด้ามมีด เป็นต้น

มีดที่เบากว่ามักจะขว้างได้ง่ายกว่ามีดที่หนัก แต่อำนาจในการทะลุทะลวงก็จะน้อยกว่าเนื่องจากแรงปะทะเบากว่ามีดที่หนัก

ระยะหวังผลของมีดขว้างขึ้นกับตัวมีดและการฝึกฝน มีรายงานว่าระยะไกลสุดของมีดขว้างอาจไกลถึง 45 เมตร เลยทีเดียว

เทคนิกการขว้างมีดมีหลายวิธีต้องฝึกฝนเป็นเวลานานกว่าจะมีพลังและความแม่นยำ นอกจากนั้นเมื่อขว้างมีดออกไปแล้วเราก็จะเสียมีดเล่มนั้นไปทันที หากเราไม่มีมีดสำรองอยู่ก็อาจเป็นเรื่องอันตรายมากหากมีดเล่มนั้นไม่สามารถหยุดภัยคุกคามได้หรือมีคนร้ายอีกหลายคน

ดังนั้นโดยส่วนตัวแล้วหากเราไม่ได้ฝึกฝนการขว้างมีดมาอย่างชำนาญแล้ว อีกทั้งไม่มีมีดในตัวหลายเล่ม การขว้างมีดไปยังภัยคุกคามก็ขอให้เป็นทางเลือกสุดท้ายจะดีกว่าเพราะอย่างน้อยที่สุดมีมีดอยู่ในมือเราก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย แต่การฝึกขว้างมีดก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจเพราะมันอาจสร้างความแตกต่างระหว่างความเป็นและความตายได้เช่นกัน

สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับมีดขอให้มี “สติ”
                                                                                                            เรียบเรียงโดย Batman

Thursday, September 6, 2012

S cut







S cut

โดยปกติการใช้มีดฟันมักจะเป็นแนวเส้นตรง แต่มีการใช้มีดต่อสู้บางรูปแบบที่มีทิศทางซึ่งต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นการจับมีดแบบ Forward หรือ Reverse grip ก็สามารถใช้รูปแบบนี้ได้

S cut หรือ การฟันเป็นรูปตัวอักษร S ในภาษาอังกฤษ มักใช้ในกรณีที่เมื่อฟันมีดไปแล้วใบมีดเกิดติดอะไรบางอย่าง เราก็อาจเปลี่ยนทิศทางมีดไปด้านอื่นเพื่อให้การใช้มีดมีความไหลลื่นต่อเนื่อง (บางครั้งอาจต้องดึงมีดออกมาก่อน) อีกทั้งทำให้บาดแผลยาวและฉกรรจ์มากขึ้น

การฟันแบบนี้เป็นหนึ่งในรูปแบบที่สอนกันมากในแถบภูมิภาคนี้ เช่น Kali ซึ่งเป็นแขนงหนึ่งของ Filipino Martial Art (FMA) เป็นต้น มีด Karambit ก็นิยมใช้เทคนิคนี้เช่นกัน

หลายคนมักถามว่า “การฟัน” หรือ “แทง” อย่างไหนน่ากลัวกว่ากัน โดยส่วนตัวแล้วขึ้นกับเราให้นิยามของความว่า “น่ากลัว” ไว้อย่างไร ถ้า กลัวเสียชีวิต การแทงดูจะมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่า ถ้า กลัวพิการ การฟันก็อาจดูน่ากลัวกว่า แต่ไม่ว่าจะฟันหรือแทงต่างก็สามารถทำให้เสียชีวิตและพิการได้ทั้งสิ้นขึ้นกับตำแหน่งที่ถูกทำร้าย

ในการใช้มีดเพื่อต่อสู้ป้องกันตัวนั้นเป็นเรื่องของความเข้าใจในความสำคัญของระยะห่างที่เหมาะสม ความรวดเร็วและไหลลื่นของการใช้มีด และการก้าวเท้าอย่างถูกต้อง (Footwork)

S cut เป็นวิธีหนึ่งซึ่งทำให้การใช้มีดยากแก่การรับมือ

สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับมีดขอให้มี “สติ”

                                                                                                            เรียบเรียงโดย Batman

Saturday, July 14, 2012

Big Kinfe VS. Small Knife


Big Kinfe VS. Small Knife

หลายคนคิดว่ามีดยิ่งยาวยิ่งได้เปรียบ ความคิดนี้เป็นจริงหรือไม่? ในอเมริกาหลายรัฐมีกฎหมายกำหนดความยาวของมีดซึ่งพกพาได้โดยประชาชนส่วนใหญ่ไม่เกิน 4 นิ้ว (บางรัฐไม่เกิน 3 นิ้ว) สำหรับนาย Michael Janich หากถูกจู่โจมจากคนร้ายที่มีอาวุธ เขาก็คงตอบโต้กลับด้วยอาวุธมีดที่มีก็คือ มีดพับ (Tactical Folder) ใบยาว 3 ถึง 4 นิ้ว แต่คนร้ายตามท้องถนนมักใช้มีดใบตาย (Fixed blade) ยาว 5 ถึง 7 นิ้วเป็นส่วนใหญ่

มีดยาวมักมีผลที่สำคัญ 4 อย่าง คือ การขู่ขวัญ, ระยะที่ถึงเป้าหมายได้เร็วกว่ามีดที่สั้นกว่า, แรงส่งที่มากกว่า, ความลึกที่มากกว่าเมื่อแทงถูกเป้าหมาย

ในการใช้มีดที่ยาวจะมีเทคนิคบางอย่างที่ได้เปรียบมีดที่สั้นกว่า เช่น การสะกัดกั้น (block) การโจมตีด้วยมีด, การแทงที่ได้เปรียบ แต่ก็มีบางจุดที่อาจเสียเปรียบ เช่น ความรวดเร็วในการเคลื่อนไหวของมีดจะช้ากว่ามีดที่สั้นและเบากว่า

การต่อสู้ป้องกันตัวด้วยอาวุธมีดนั้นเป็นเรื่องของการใช้ประโยชน์จากระยะมีดของเราและของคนร้าย โดยใช้เทคนิคต่างๆเพื่อสร้างความได้เปรียบ

ดังนั้นเราต้องรู้ข้อดี ข้อจำกัดของมีดสั้นและยาว เพื่อเลือกใช้เทคนิคให้ถูกต้องกับอาวุธมีดที่มีในมือของเราและเหมาะสมกับมีดของคนร้าย ดังนั้นมีดที่ยาวกว่าอาจไม่ได้เปรียบมีดที่สั้นกว่าเสมอไป ขึ้นกับทักษะความชำนาญของผู้ใช้เป็นสำคัญ

สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับมีดขอให้มี “สติ”

                                                                                                เรียบเรียงโดย Batman
                                                            อ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจากบทความเรื่อง Size Does Matter ของ Michael Janich

Tuesday, May 29, 2012

Multi-tools


Multi-tools

เครื่องมือเอนกประสงค์ หรือ Multi-tool เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับนักผจญภัยหรือนักเดินทาง

มีดพับใน Multi-tool เป็นอุปกรณ์หลักที่มักมีในทุกด้าม เครื่องมือแต่ละชิ้นจะประกอบด้วยอุปกรณ์หลากหลายชนิดขนาดย่อส่วน เช่น มีด กรรไกร คีม ไขควง ตะไบ เลื่อย แว่นขยาย ไฟฉาย ที่เปิดกระป๋อง ฯ โดยพับเก็บไว้อย่างมิดชิด การพก Multi-tool หนึ่งชิ้นติดตัวเปรียบเหมือนพกอุปกรณ์ไปด้วยหลายชนิด ถึงแม้อุปกรณ์แต่ละอย่างจะมีขนาดเล็กและใช้งานได้ไม่ถนัดมือนักเมื่อเทียบกับการใช้อุปกรณ์แต่ละอย่างแบบแยกชิ้น แต่การพกอุปกรณ์ขนาดปกติหลายๆชนิดไปทุกวันหรือทุกครั้งที่ออกเดินทางก็อาจเป็นสิ่งที่ไม่สะดวกอย่างมาก นั้นจึงเป็นข้อดีและจุดขายของ Multi-tool ขนาดเล็กเหล่านี้

Multi-tool ที่มีชื่อเสียงในยุคแรกๆและยังคงนิยมอยู่จนถึงปัจจุบัน คงไม่มีใครไม่รู้จักมีดพับของ Swiss (Swiss Army Multi-tool) ยี่ห้อ Victorinox ซึ่งมีพื้นฐานมาจากการใช้งานในสนามรบ ทหารต้องการมีดและอุปกรณ์ใช้งานหลายชนิดแต่ไม่อยากพกอุปกรณ์ติดตัวไปมาก จึงได้พัฒนามีดพับซึ่งมีอุปกรณ์ใช้งานจิปาถะเล็กๆน้อยๆซ้อนไว้ในด้ามมีด ต่อมามีดและอุปกรณ์ลักษณะนี้ได้รับความนิยมและแพร่หลายไปทั่วโลก

ในระยะหลังมานี้มี Multi-tool อีกยี่ห้อหนึ่งซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้น คือ Leatherman โดยได้แรงบันดาลใจจากการที่ผู้คิดค้นนิยมการเดินทางไกลโดยรถยนต์ เมื่อรถเสียกลางทางบ่อยครั้งต้องขนเครื่องมือติดรถไปมากมายเพื่อซ่อมเครื่องยนต์ เขาจึงคิด Multi-tool ที่มีคีมเป็นอุปกรณ์หลักและมีอุปกรณ์อื่นๆอีกมากมายประกอบเข้ามา

ในปัจจุบันนี้ Multi-tool ได้มีการผลิตเพื่อตอบสนองต่อกิจกรรมที่หลากหลายและจำเพาะมากขึ้น เช่น เพื่อการตั้งแคมป์ เดินเรือ ลูกเสือ ทหาร นายพราน การยังชีพ เป็นต้น โดยมีอุปกรณ์ภายในที่แตกต่างกันตามความเหมาะสมของกิจกรรม

นอกจากนั้นแต่ละกิจกรรมก็มีอุปกรณ์ให้เลือกหลายขนาดตามจำนวนอุปกรณ์ที่มีบรรจุในแต่ละชิ้น บริษัทผลิตมีดบางยี่ห้อก็มีการผลิต Multi-tool เช่นกัน อาทิเช่น SOG, Gerber เป็นต้น มีดพับในอุปกรณ์เหล่านี้บางยี่ห้อบางแบบมีระบบล็อกใบมีดยามเปิดใช้งานที่แน่นหนา เช่น Linerlock อีกทั้งสามารถเปิดใบมีดได้ด้วยมือเดียว ทำให้สามารถนำมาใช้เพื่อป้องกันตัวได้ด้วย

สำหรับทหาร ตำรวจหรือประชาชนทั่วไปการมี Multi-tool สักอันที่สอดคล้องกับแนวทางการใช้ชีวิตก็เป็นสิ่งที่เหมาะสมทีเดียว ไม่จำเป็นต้องเลือกยี่ห้อดังๆ ราคาแพงๆ หรือ Multi-tool ที่อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์มากมายซึ่งหลายชิ้นชาตินี้อาจไม่มีโอกาสได้ใช้ แต่ขอให้มีขนาดเหมาะสม พกพาสะดวกมีอุปกรณ์ที่เราใช้งานบ่อยๆตรงกับกิจกรรมในชีวิตและการทำงานของเราก็ถือเป็นอันใช้ได้แล้ว

สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับมีดขอให้มี “สติ”
                                                                                
เรียบเรียงโดย Batman

Saturday, March 31, 2012

Survival Knives


Survival Knives

มีดยังชีพ (Survival Knife) มักเป็นมีดที่นักเดินป่า นายพราน หรือผู้รักการผจญภัยในพงไพรนิยมพกติดตัว มักเป็นมีดขนาดใหญ่ เช่น พร้า (Machete) เพื่อใช้ฟันหรือตัดต้นหญ้งหรือกิ่งไม้เพื่อเปิดทางในการเดินทาง หรือใช้ทำฟืนหรือที่พัก เป็นต้น

แต่ก็มีมีดขนาดปานกลางซึ่งนิยมพกติดตัวได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นมีดขนาดใบ 5 ถึง 8 นิ้ว เป็นต้น ส่วนใหญ่มักจะใช้มีดใบตายมากกว่ามีดพับเนื่องจากให้ความแข็งแรงมากกว่ามีดพับ อีกทั้งน้ำหนักเบากว่าพร้าซึ่งมักยาวมากกว่าสิบนิ้ว และพกพาได้สะดวกมากกว่าสามารถใช้งานจิปาถะเล็กๆน้อยๆได้ดี

มีดถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือยังชีพที่สำคัญ ดังนั้นหลายครั้งเรามักจะพกทั้งพร้าและมีดสำรองเหน็บเอวเอาไว้อีกเล่มหนึ่งเพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการเลือกมีดใช้งานหากจำเป็นต้องเข้าป่าเป็นเวลาหลายวัน

สำหรับประชาชนทั่วไปหากจำเป็นต้องเดินทางเข้าไปในพื้นที่ซึ่งไม่คุ้นเคยและเป็นป่าเขา การพกมีดใบตายขนาดพอเหมาะสักเล่มก็ถือว่าเป็นการไม่ประมาทจนเกินไป

มีดยังชีพมีหลายแบบหลายขนาด ส่วนใหญ่ปลายมีดที่นิยมมักจะเป็น Drop หรือ Clip point (อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความเรื่อง Knife Blade Shapes เมื่อ 21 April 2011) เนื่องจากปลายมีดไม่หักหรือบิ่นง่าย นอกจากนั้นมีดแบบนี้ยังสามารถใช้ในการต่อสู้ป้องกันตัวได้ดีอีกด้วย

ส่วนใหญ่มักเป็นมีดคมเดียวและแบบใบเรียบ (Plain Blade) แต่บางครั้งก็มีใบกึ่งหยักซึ่งใช้ตัดเอ็นตกปลาหรือเลื่อยกิ่งไม้เล็กพอได้ โดยทั่วไปนิยมมีดซึ่งเป็นใบเรียบตลอดความยาวและหากเป็นมีดซึ่งมีด้ามเหล็กยาวตลอดถึงปลายด้าม (Full tang) ก็จะยิ่งให้ความแข็งแรงกับมีดได้ดียิ่งขึ้น (มีดเพื่อการยังชีพต้องเน้นความสมบุกสมบัน ทนต่องานหนักได้ดี ไม่หักหรือบิ่นง่าย)

คุณภาพของเหล็กที่ทำใบมีดก็มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่เหล็กธรรมดาซึ่งเป็นมิตรกับสนิม ไปจนถึง Stainless steel (มีโอกาสขึ้นสนิมได้น้อย) หรือทำจากเหล็กซึ่งกันสนิมได้ 100 เปอร์เซ็นต์ก็มี ราคาของมีดก็ขึ้นกับเหล็กที่ใช้ ความยาวของใบมีด การออกแบบ และชื่อเสียงของยี่ห้อที่ผลิต

มีดแบบนี้นิยมในหมู่ทหารเวลาปฏิบัติภาระกิจเช่นกัน เนื่องจากสามารถนำมาใช้ได้อย่างหลากหลายวัตถุประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ป้องกันตัวและการยังชีพ อีกทั้งขนาดไม่ใหญ่จนเกินไปสามารถพกติดตัวเดินทางระยะไกลได้

สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับมีดขอให้มี “สติ”
                                                                                                            เรียบเรียงโดย Batman

Sunday, March 18, 2012

Police and Edged Weapon Training


Police and Edged Weapon Training

นาย Ernest R. Emerson ให้ความเห็นว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจควรได้รับการฝึกฝนเกี่ยวกับอาวุธมีดอย่างเป็นระบบทั้งในระดับแผนกและส่วนบุคคล ถึงแม้ว่าตำรวจส่วนใหญ่จะพกอาวุธมีดไว้กับตัวขณะปฏิบัติหน้าที่ แต่หน่วยงานไม่มีนโยบายหรือข้อกำหนดเกี่ยวกับอาวุธมีดที่ควรพกพา อีกทั้งไม่มีการฝึกอบรมการใช้มีดอย่างปลอดภัยหรือข้อกำหนดในการใช้อาวุธมีดที่ชัดเจน

ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้มีดเพื่อช่วยเหลือเหยื่อซึ่งประสบอุบัติเหตุแล้วเกิดทำมีดบาดเหยื่อ เขาอาจต้องขึ้นศาลเป็นจำเลย ในขณะที่ตำรวจมีการฝึกยิงปืนกันอย่างแพร่หลายและมีกฏระเบียบกำหนดขอบเขตการใช้งานอย่างชัดเจน แต่มีดกลับไม่มีสิ่งเหล่านี้

ปัจจุบันพบว่ามีดเป็นอาวุธที่ถูกนำมาใช้ก่อเหตุอย่างกว้างขวางและเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตอบโต้กับการถูกโจมตีด้วยอาวุธมีดมากขึ้น ดังนั้นตำรวจควรได้รับการเรียนรู้เกี่ยวกับอาวุธมีดหรือไม่? คำตอบคือ ควร แต่ไม่จำเป็นจะต้องเรียนตอบโต้กลับด้วยอาวุธมีดเสมอไป แต่เรียนรู้จุดอ่อนของอาวุธมีด

การถูกโจมตีด้วยอาวุธมีดมักมาจากคนร้าย ซึ่งหลักสูตรส่วนใหญ่จะพยายามให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามชักมีดหรือปืนออกมาเพื่อจะได้ตอบโต้กลับให้เร็วที่สุด ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง ทันทีที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธมีดควรรีบป้องกันตัวด้วยมือเปล่าไปก่อน เพื่อให้พ้นอันตรายซึ่งกำลังเกิดขึ้นเบื้องหน้า อย่างน้อยก็อาจทำให้ได้รับบาดเจ็บน้อยลง เพื่อให้มีเวลาหรือระยะห่างซึ่งมากพอที่เราจะชักอาวุธออกมาใช้ได้

การถูกโจมตีส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันไม่ทันได้ตั้งตัว ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควรใช้เวลาส่วนใหญ่ในการฝึกฝนตอบสนองเพื่อป้องกันตัวด้วยมือเปล่าจากภัยคุกคามที่มีอาวุธ

ถึงแม้เจ้าหน้าที่หลายคนอาจอยากเรียนรู้วิธีตอบโต้กลับหรือต่อสู้ด้วยอาวุธมีด แต่สิ่งแรกที่นาย Ernest R. Emerson แนะนำว่าควรเรียนรู้ก่อนก็คือ การเอาตัวรอดจากการถูกโจมตีด้วยอาวุธมีด

หลักสูตรการฝึกอบรมควรเริ่มด้วยเรื่องของการใช้อาวุธมีดอย่างปลอดภัยก่อน อีกทั้งสอนการใช้มีดเพื่องานกู้ภัยหรือยามฉุกเฉิน สอนการถือมีดอย่างถูกวิธีและการใช้มีดให้ปลอดภัยในระยะประชิดกับตัวเหยื่อในงานกู้ภัย เป็นต้น

ขณะนี้เริ่มมีหน่วยงานราชการตำรวจหลายแห่งในสหรัฐมีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับอาวุธมีดสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลักษณะของมีดที่ใช้งานประจำควรดูเหมือนอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย (Safety tool) มากกว่าที่จะดูเป็นอาวุธ มีมีดหลายแบบที่มีรูปลักษณ์ภายนอกเพื่อใช้ในงานกู้ภัย (Rescue tool) แต่ก็สามารถนำมาใช้เพื่อการป้องกันตัวได้ด้วย

โดยส่วนตัวแล้วการฝึกการป้องกันตัวด้วยอาวุธมีดนั้นจะทำให้เราเรียนรู้ข้อเด่นและข้อจำกัดของการโจมตีหรือถูกโจมตีด้วยอาวุธมีด ซึ่งนำไปสู้วิธีการป้องกันตัวจากอาวุธมีดไม่ว่าจะใช้มือเปล่าหรือใช้วัตถุอื่นใดเพื่อการป้องกันตัว นอกจากนั้นทักษะการใช้อาวุธมีดอาจนำมาปรับใช้กับสิ่งของรอบตัวหรือแม้แต่มือเปล่าในการป้องกันตัวจากภัยคุกคามร้ายแรงได้อีกด้วย

สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับมีดขอให้มี “สติ”
                                                                                                 
เรียบเรียงโดย Batman
                                                                        อ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจากบทความเรื่อง Offensive weapons or simply tools? ของ Ernest R. Emerson
หมายเหตุ นาย Ernest R. Emerson เป็นเจ้าของบริษัทผลิตมีดยี่ห้อ Emerson และเป็นครูฝึกมีดที่มีชื่อเสียงของอเมริกา

Sunday, March 4, 2012

Boot Knife


Boot Knife

Boot knife ได้ชื่อนี้มาจากทหารเยอรมันในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ต่อมาแพร่หลายไปทั่วโลก โดยทหารเหล่านี้เหน็บมีดสำรองไว้ที่รองเท้าบูธเป็นมีดใบตายขนาดเล็ก ส่วนใหญ่จะมีสองคม (Dagger) โดยใบมีดมักยาว 3 ถึง 5 นิ้ว มีซองมีดพร้อมคลิปหนีบ มีดอาจพกซ่อนไว้ภายในหรือภายนอกรองเท้าบูธก็ได้

มีดแบบนี้ถือเป็นมีดพกซ่อนแบบหนึ่ง สำหรับประชาชนทั่วไปซึ่งไม่ได้ใส่รองเท้าบูธเป็นประจำก็อาจนำมีดแบบนี้มารัดไว้บริเวณข้อเท้า (หากระบบล็อกมีดแน่นหนาอาจหันด้ามชี้ลงพื้น เพื่อสะดวกในการดึงมีดออกมาใช้งาน ยกเว้นบางแบบบางรุ่นซึ่งต้องให้ด้ามชี้ขึ้นด้านบน) สามารถนำมาใช้ได้ในยามฉุกเฉิน

ในบางประเทศห้ามประชาชนพกมีดใบตาย มีดสองคม หรือมีดพกซ่อน ซึ่ง Boot knife จะถูกจัดอยู่ในทุกกลุ่มเหล่านี้ หากไปต่างประเทศจึงควรศึกษากฏหมายของประเทศเหล่านั้นให้ดีก่อนจะพกมีด (วิธีดีที่สุดก็คือ ไม่ควรพกมีดในต่างประเทศ เพราะหากถูกจับผิดกฏหมายคงไม่เป็นเรื่องที่สนุกอย่างแน่นอน)

การใช้มีดสองคมแบบนี้มีวิธีการใช้ที่หลากหลาย ถือเป็นหนึ่งในมีดที่มีประสิทธิภาพมากในการต่อสู้ป้องกันตัวหากรู้วิธีใช้อย่างถูกต้อง (โดยส่วนตัวแล้วชอบมีดแบบนี้มาก)

สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับมีดขอให้มี “สติ”

                                                                                    เรียบเรียงโดย Batman
                                                                        อ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจากบทความเรื่อง History of Boot Knives and Daggers

Saturday, February 4, 2012

How to Choose a Proper Karambit Knife


How to Choose a Proper Karambit Knife

มีด Karambit หรือ Kerambit เป็นหนึ่งในมีดที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันตัว ในการต่อสู้ระหว่างมีดด้วยกันโดยส่วนใหญ่มักใช้ Karambit เป็นมีดสำรอง (Backup Knife) เนื่องจากใบมีดมักมีขนาดเล็กและสั้น มีดหลักมักเป็นมีดขนาดใหญ่และยาวเพื่อความได้เปรียบ

แต่ในหลายสถานการณ์มีดที่เล็กและสั้นก็อาจไม่ได้เสียเปรียบมีดที่ยาวและใหญ่กว่าแต่อย่างใด ทักษะและความชำนาญของผู้ที่ใช้อาวุธมีดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

Karambit เป็นมีดที่มีลักษณะเฉพาะดังนั้นวิธีการใช้งานจึงมีความจำเพาะในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นท่าทางการใช้บางอย่าง อีกทั้งการกำด้ามมีดซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น Reverse grip โดยสอดนิ้วชี้เข้าไปในห่วงเพื่อให้ยากแก่การถูกปลดอาวุธ และง่ายในการเปลี่ยนเป็น Extended grip เพื่อเพิ่มระยะการโจมตีของมีดออกไป ส่วน Forward grip มีที่ใช้ไม่มากนัก (อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความเรื่อง Karambit gripping เมื่อ 3 Feb 11)

ใบมีดที่โค้งของ Karambit ทำให้เมื่อถือมีดแบบ Reverse grip ปลายมีดจะชี้ออกไปข้างหน้า ความโค้งของใบมีดจึงเป็นส่วนสำคัญในความได้เปรียบของมีดชนิดนี้ หากมีดโค้งไปข้างหน้าไม่มากก็อาจได้เปรียบมีดใบตรงไม่มากนัก การตรวจสอบว่ามีดโค้งไปข้างหน้าดีหรือไม่ก็โดยการถือมีดแบบ Reverse grip แล้วปักมีดลงพื้นให้ปลายมีดแตะพื้น กำปั่นของเราต้องไม่สัมผัสพื้น ละความห่างระหว่างกำปั่นกับพื้นจะเป็นความลึกที่ใบมีดจะแทงลึกเข้าไปภายในเป้าหมายเมื่อกำปั่นของเราสัมผัสถูกเป้าหมาย ดังนั้นยิ่งมีดมีความโค้งไปข้างหน้ายิ่งมากจะยิ่งแทงลึกเข้าไปมากขึ้นด้วย

ความโค้งของใบมีดก็มีความสำคัญ หากโค้งมาข้างหน้าใกล้นิ้วก้อยมากเกินไปก็อาจเพิ่มโอกาสถูกบาดมือตัวเองได้ง่ายขึ้น ดังนั้นใบมีดที่โค้งควรอยู่ห่างจากนิ้วก้อยออกไปพอสมควร

ขนาดของห่วงก็ขึ้นกับแต่ละบุคคล เพราะห่วงมีหลายขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้างตามแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อ (ในสมัยก่อนมีด Karambit จะถูกทำขึ้นเฉพาะบุคคล ไม่ได้ทำกันแบบอุตสาหกรรมเช่นนี้) แต่ละคนต้องลองจับถือมีดเองและทดสอบดูว่ามีดเล่มนั้นถนัดในการจับถือและเปลี่ยน grip หรือไม่

มีด Karambit ปกติเป็นมีดใบตายแต่ในปัจจุบันประชาชนนิยมพกพาในแบบมีดพับมากกว่า ดังนั้นการเปิดมีดเพื่อพร้อมใช้งานจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องคำนึงถึง มีดบางยี่ห้อมีคุณลักษณะพิเศษช่วยให้การเปิดมีดทำได้เร็วขึ้น เช่น Wave ของ Emerson (ใช้ส่วนที่ยื่นออกมาจากสันมีดเกี่ยวกับขอบกางเกงเพื่อช่วยเปิดใบมีด) ส่วนมีดซึ่งไม่มีวิธีพิเศษในการช่วยเปิดเช่นนี้ก็คงต้องฝึกการเปิดใบมีดให้เร็วด้วยวิธีต่างๆ เช่น การสะบัดใบมีด การดีดเปิดใบมีดด้วยนิ้วมือ การเปิดด้วยสองมือ เป็นต้น

ระบบล็อกใบมีดต้องมั่นคงแน่นหนา ไม่ว่าจะเป็น Liner lock หรือ Back lock ดังนั้นต้องทดสอบการเปิด-ปิดและดูว่าใบมีดเปิดได้สะดวกและล็อกแน่นหนาดีมีความน่าเชื่อถือในการทำงานสูง

สำหรับมีดพับขนาดใบมีดที่นิยมมักยาว 2 นิ้วกว่าๆ ส่วนใบมีดที่ยาวกว่านั้นมากๆการพกซ่อนก็อาจไม่สะดวกมากนักจึงนิยมน้อยกว่า เมื่อเลือกมีดจึงต้องทดลองพกพาและทดสอบว่าสามารถหยิบฉวยนำมาใช้ได้ถนัดหรือไม่

ส่วนมีดใบตายก็มีทั้งมีดที่มีคมเดียวและสองคม ขนาดและความยาวของใบมีดก็มีให้เลือกใช้ได้มากกว่ามีดพก โดยส่วนตัวนิยมมีดสองคมมากกว่าเพราะสามารถใช้ประสิทธิภาพของมีดได้สูงสุด

เหล็กที่ใช้ทำใบมีดหากเป็น Stainless steel ได้ก็จะทำให้การดูแลมีดทำได้ง่ายขึ้น (ศัตรูที่สำคัญที่สุดของเหล็ก ก็คือ สนิม) ส่วนลักษณะของด้ามมีดและวัสดุที่ทำก็ขึ้นกับความชอบและความถนัดเมื่อจับถือ

การเลือกมีด Karambit ให้ถูกกับมือและใช้ได้อย่างถนัดเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากมีดชนิดนี้มีลักษณะเฉพาะดังนั้นการฝึกฝนการใช้งานให้เกิดทักษะความชำนาญจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเรากำลังฝากชีวิตไว้กับสิ่งนี้ในยามจำเป็น หากเราพกเพื่อความโก้เก๋แต่ไม่รู้ว่ามันจะใช้ป้องกันตัวได้อย่างไร มีดเล่มนั้นอาจวกกลับมาทำร้ายเราเองได้ในที่สุด

สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับมีดขอให้มี “สติ”
                                                                                                เรียบเรียงโดย Batman

Tuesday, December 6, 2011

Knife Disarm Tactics


Knife Disarm Tactics

อาวุธมีดถือเป็นภัยคุกคามที่พบบ่อยที่สุด เนื่องจากเป็นอาวุธที่หาง่ายและราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับอาวุธปืน มีดที่ใช้ก่อเหตุอาจเป็นเพียงแค่มีดปลอกผลไม้ มีดทำครัวหรือแม้แต่คัตเตอร์ทั่วไปก็ได้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นมีดต่อสู้ (Combat knife) ราคาแพงๆเสมอไป

หากประชาชนทั่วไปมีความรู้เกี่ยวกับการปลดอาวุธมีด จะเพิ่มโอกาสรอดหรือลดความเสียหายจากภัยคุกคามได้มากขึ้น

ภัยคุกคามจากมีดจะมีอยู่สองลักษณะ คือ ขณะที่มีดหยุดนิ่ง (Static) เช่น การถูกจี้ด้วยมีด และขณะที่มีดมีการเคลื่อนไหว (Dynamic) เช่น ขณะถูกทำร้ายด้วยมีดไม่ว่าจะเป็นการฟันหรือแทง

มีวิธีการปลดอาวุธมีด (Knife Disarm Tactics) ในทั้งสองสถานการณ์ แต่การปลดอาวุธมีดในขณะที่ถูกมีดจี้นั้นมีโอกาสประสบผลสำเร็จมากกว่า ข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งของการปลดอาวุธไม่ว่าจะเป็นมีดหรือปืนขณะถูกจี้ ก็คือ เรารู้ว่าตัวเราจะปลดอาวุธของคนร้ายเมื่อใด แต่คนร้ายไม่รู้ว่าจะถูกปลดอาวุธเมื่อไร

ในการฝึกการป้องกันตัว (Self-defense) จะมีการสอนการปลดอาวุธมีดด้วยมือเปล่าในขณะที่ถูกจี้ในหลายลักษณะ ไม่ว่าจะเป็นการถูกจี้จากด้านหน้า ด้านข้าง หรือด้านหลัง โดยอาศัยวิธีที่เรียบง่ายมีประสิทธิภาพ ควรหลีกเลี่ยงวิธีที่ซับซ้อน ถึงแม้อาจดูสวยงามแต่เป็นการยากที่จะจดจำและทำตามได้อย่างถูกต้อง

ในสถานการณ์ที่ถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีดไม่ว่าจะเป็นการถูกฟันหรือแทง จะเป็นการยากมากที่จะปลดอาวุธมีดด้วยมือเปล่า ถึงแม้จะมีการสอนกันอย่างกว้างขวางและดูน่าทึ่ง เพราะการโจมตีด้วยอาวุธมีดมีความรวดเร็วและไหลลื่นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อมีดอยู่ในมือของผู้ที่ชำนาญหรือได้รับการฝึกฝนมา

โดยส่วนตัวเมื่อต้องเผชิญกับอาวุธมีดที่เข้ามาทำร้าย หลังจากป้องปัดและหลบหลีกออกมาได้ ให้รีบมองหาวัตถุรอบตัวที่สามารถนำมาใช้เป็นอาวุธหรือสิ่งป้องกันตัวจากคมมีดมาถือไว้ในมือ เช่น เก้าอี้ สมุด กระเป๋า เป็นต้น และถ้าหนีได้ให้รีบหนี

หากจำเป็นต้องป้องกันตัวด้วยมือเปล่าจริงๆ จะไม่พยายามไปปลดอาวุธมีดของคนร้าย แต่จะควบคุมมือหรือแขนข้างที่ถืออาวุธของคนร้ายไม่ให้มีโอกาสทำร้ายเราได้ ซึ่งมีวิธีทำที่ง่ายและปลอดภัยกว่า อีกทั้งพยายามทำให้คนร้ายหมดความสามารถที่จะเป็นภัยคุกคาม ส่วนจะปลดอาวุธมีดก็ต่อเมื่อสถานการณ์ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมแล้วหรือในจังหวะที่สามารถทำได้โดยง่ายจริงๆ

แต่หากเรามีอาวุธในมือ ไม่ว่าจะเป็น ไม้ มีด หรือวัตถุอื่นใด การปลดอาวุธมีดในมือคนร้ายอาจเกิดขึ้นได้ในหลายจังหวะ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Defanging the snake (อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความเรื่อง Defanging the snake วันที่ 4 June 10) หรือใช้วิธีเฉพาะสำหรับอาวุธที่เรามีในมือ

การเรียนรู้การปลดอาวุธมีดจะทำได้ดีก็ต่อเมื่อรู้ว่ามีดนั้นสามารถเข้ามาทำร้ายเราในรูปแบบใดได้บ้าง การเตรียมตัวและเรียนรู้วิธีการจัดการกับภัยคุกคามจากอาวุธมีดเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งทักษะนี้อาจสร้างความแตกต่างระหว่างความเป็นและความตายได้เลยทีเดียว

สุดท้ายนี้ขอให้ตั้ง “สติ” ทุกครั้งเมื่อเผชิญเหตุ และขอให้ “พลังจงอยู่กับท่าน”


                                                                                                            เรียบเรียงโดย Batman
 

Samsung LCD televisions