Sunday, March 18, 2012

Police and Edged Weapon Training


Police and Edged Weapon Training

นาย Ernest R. Emerson ให้ความเห็นว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจควรได้รับการฝึกฝนเกี่ยวกับอาวุธมีดอย่างเป็นระบบทั้งในระดับแผนกและส่วนบุคคล ถึงแม้ว่าตำรวจส่วนใหญ่จะพกอาวุธมีดไว้กับตัวขณะปฏิบัติหน้าที่ แต่หน่วยงานไม่มีนโยบายหรือข้อกำหนดเกี่ยวกับอาวุธมีดที่ควรพกพา อีกทั้งไม่มีการฝึกอบรมการใช้มีดอย่างปลอดภัยหรือข้อกำหนดในการใช้อาวุธมีดที่ชัดเจน

ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้มีดเพื่อช่วยเหลือเหยื่อซึ่งประสบอุบัติเหตุแล้วเกิดทำมีดบาดเหยื่อ เขาอาจต้องขึ้นศาลเป็นจำเลย ในขณะที่ตำรวจมีการฝึกยิงปืนกันอย่างแพร่หลายและมีกฏระเบียบกำหนดขอบเขตการใช้งานอย่างชัดเจน แต่มีดกลับไม่มีสิ่งเหล่านี้

ปัจจุบันพบว่ามีดเป็นอาวุธที่ถูกนำมาใช้ก่อเหตุอย่างกว้างขวางและเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตอบโต้กับการถูกโจมตีด้วยอาวุธมีดมากขึ้น ดังนั้นตำรวจควรได้รับการเรียนรู้เกี่ยวกับอาวุธมีดหรือไม่? คำตอบคือ ควร แต่ไม่จำเป็นจะต้องเรียนตอบโต้กลับด้วยอาวุธมีดเสมอไป แต่เรียนรู้จุดอ่อนของอาวุธมีด

การถูกโจมตีด้วยอาวุธมีดมักมาจากคนร้าย ซึ่งหลักสูตรส่วนใหญ่จะพยายามให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามชักมีดหรือปืนออกมาเพื่อจะได้ตอบโต้กลับให้เร็วที่สุด ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง ทันทีที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธมีดควรรีบป้องกันตัวด้วยมือเปล่าไปก่อน เพื่อให้พ้นอันตรายซึ่งกำลังเกิดขึ้นเบื้องหน้า อย่างน้อยก็อาจทำให้ได้รับบาดเจ็บน้อยลง เพื่อให้มีเวลาหรือระยะห่างซึ่งมากพอที่เราจะชักอาวุธออกมาใช้ได้

การถูกโจมตีส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันไม่ทันได้ตั้งตัว ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควรใช้เวลาส่วนใหญ่ในการฝึกฝนตอบสนองเพื่อป้องกันตัวด้วยมือเปล่าจากภัยคุกคามที่มีอาวุธ

ถึงแม้เจ้าหน้าที่หลายคนอาจอยากเรียนรู้วิธีตอบโต้กลับหรือต่อสู้ด้วยอาวุธมีด แต่สิ่งแรกที่นาย Ernest R. Emerson แนะนำว่าควรเรียนรู้ก่อนก็คือ การเอาตัวรอดจากการถูกโจมตีด้วยอาวุธมีด

หลักสูตรการฝึกอบรมควรเริ่มด้วยเรื่องของการใช้อาวุธมีดอย่างปลอดภัยก่อน อีกทั้งสอนการใช้มีดเพื่องานกู้ภัยหรือยามฉุกเฉิน สอนการถือมีดอย่างถูกวิธีและการใช้มีดให้ปลอดภัยในระยะประชิดกับตัวเหยื่อในงานกู้ภัย เป็นต้น

ขณะนี้เริ่มมีหน่วยงานราชการตำรวจหลายแห่งในสหรัฐมีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับอาวุธมีดสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลักษณะของมีดที่ใช้งานประจำควรดูเหมือนอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย (Safety tool) มากกว่าที่จะดูเป็นอาวุธ มีมีดหลายแบบที่มีรูปลักษณ์ภายนอกเพื่อใช้ในงานกู้ภัย (Rescue tool) แต่ก็สามารถนำมาใช้เพื่อการป้องกันตัวได้ด้วย

โดยส่วนตัวแล้วการฝึกการป้องกันตัวด้วยอาวุธมีดนั้นจะทำให้เราเรียนรู้ข้อเด่นและข้อจำกัดของการโจมตีหรือถูกโจมตีด้วยอาวุธมีด ซึ่งนำไปสู้วิธีการป้องกันตัวจากอาวุธมีดไม่ว่าจะใช้มือเปล่าหรือใช้วัตถุอื่นใดเพื่อการป้องกันตัว นอกจากนั้นทักษะการใช้อาวุธมีดอาจนำมาปรับใช้กับสิ่งของรอบตัวหรือแม้แต่มือเปล่าในการป้องกันตัวจากภัยคุกคามร้ายแรงได้อีกด้วย

สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับมีดขอให้มี “สติ”
                                                                                                 
เรียบเรียงโดย Batman
                                                                        อ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจากบทความเรื่อง Offensive weapons or simply tools? ของ Ernest R. Emerson
หมายเหตุ นาย Ernest R. Emerson เป็นเจ้าของบริษัทผลิตมีดยี่ห้อ Emerson และเป็นครูฝึกมีดที่มีชื่อเสียงของอเมริกา

Sunday, March 4, 2012

Boot Knife


Boot Knife

Boot knife ได้ชื่อนี้มาจากทหารเยอรมันในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ต่อมาแพร่หลายไปทั่วโลก โดยทหารเหล่านี้เหน็บมีดสำรองไว้ที่รองเท้าบูธเป็นมีดใบตายขนาดเล็ก ส่วนใหญ่จะมีสองคม (Dagger) โดยใบมีดมักยาว 3 ถึง 5 นิ้ว มีซองมีดพร้อมคลิปหนีบ มีดอาจพกซ่อนไว้ภายในหรือภายนอกรองเท้าบูธก็ได้

มีดแบบนี้ถือเป็นมีดพกซ่อนแบบหนึ่ง สำหรับประชาชนทั่วไปซึ่งไม่ได้ใส่รองเท้าบูธเป็นประจำก็อาจนำมีดแบบนี้มารัดไว้บริเวณข้อเท้า (หากระบบล็อกมีดแน่นหนาอาจหันด้ามชี้ลงพื้น เพื่อสะดวกในการดึงมีดออกมาใช้งาน ยกเว้นบางแบบบางรุ่นซึ่งต้องให้ด้ามชี้ขึ้นด้านบน) สามารถนำมาใช้ได้ในยามฉุกเฉิน

ในบางประเทศห้ามประชาชนพกมีดใบตาย มีดสองคม หรือมีดพกซ่อน ซึ่ง Boot knife จะถูกจัดอยู่ในทุกกลุ่มเหล่านี้ หากไปต่างประเทศจึงควรศึกษากฏหมายของประเทศเหล่านั้นให้ดีก่อนจะพกมีด (วิธีดีที่สุดก็คือ ไม่ควรพกมีดในต่างประเทศ เพราะหากถูกจับผิดกฏหมายคงไม่เป็นเรื่องที่สนุกอย่างแน่นอน)

การใช้มีดสองคมแบบนี้มีวิธีการใช้ที่หลากหลาย ถือเป็นหนึ่งในมีดที่มีประสิทธิภาพมากในการต่อสู้ป้องกันตัวหากรู้วิธีใช้อย่างถูกต้อง (โดยส่วนตัวแล้วชอบมีดแบบนี้มาก)

สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับมีดขอให้มี “สติ”

                                                                                    เรียบเรียงโดย Batman
                                                                        อ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจากบทความเรื่อง History of Boot Knives and Daggers

Saturday, February 18, 2012

ของขวัญปีใหม่


ของขวัญปีใหม่

ขอกล่าวคำว่าสวัสดีปีใหม่ ต่อผู้ที่ติดตามอ่านบทความต่างๆใน Thai Self-defense ซึ่งเราได้นำเสนอความรู้ ความคิดความเห็น และคำแนะนำต่างๆ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะชนทั่วไป โดยไม่แอบอิงโปรโมทหรือต่อต้านระบบหรือแนวทางใดๆที่มีเรียนมีสอนกันอยู่ในปัจจุบัน สิ่งเดียวที่เราแนะนำคือ เลือกสิ่งที่ตรงใจคุณและจุดประสงค์ของคุณ อย่าตามกระแสหรือแห่ตามเพื่อน เพราะจะเสียเวลาและเงินทองไปเปล่า สำคัญคือ ให้เริ่มต้นเสียที อย่ารีรอจดจ้องอยู่ การลงทุนนั้น คุ้มค่าแน่นอน

จะขอนำประสบการการเดินทางของชายผู้หนึ่งมาถ่ายทอดให้พวกเราได้รับทราบ เพื่อช่วยให้เข้าใจได้ว่า ผมพยายามจะบอกอะไร

“การค้นหา”

บนเส้นทาง ยาวไกล ไม่เห็นปลาย              ฉันรุดกาย ย่ำไป ไม่หยุดยั้ง
ถึงเหน็ดเหนื่อย เมื่อยกระหาย ไม่อินัง         เพียงมุ่งหวัง ได้พักผ่อน ก่อนสิ้นวัน
มีหลากหลาย ผู้คน บนทางเปลี่ยว             ยังแลเหลี่ยว เทียวมา ปุจฉาฉัน
เฮ! พ่อหนุ่ม ดุ่มไปไหน หาไรกัน                 ใยด้นดั้น เร่งเดิน ไม่เพลินใจ?
ฉันนิ่งงัน หาคำตอบ ที่ชอบกล                   ตอบผู้คน ที่เวียนถาม ตามสงสัย
ยังไม่ถึง จึงไม่รู้ สู่หนใด                            หาอะไร ยังไม่รู้ ยังไม่เจอ
พบผู้เฒ่า หว่างวิถี มีจิตเมต                      ด้วยสมเพช จึงไขคำ นำเสนอ
เชิงตะกอน คือจุดหมาย ของกายเธอ          จะพบเจอ ทุกสิ่งไซร้ ในใจเรา

อ่านแล้วสะกิดใจใครให้เห็นสัจจะธรรมอะไรบ้าง ใครพบแล้วก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ
                                                                                                                                    Snap shot

Saturday, February 4, 2012

How to Choose a Proper Karambit Knife


How to Choose a Proper Karambit Knife

มีด Karambit หรือ Kerambit เป็นหนึ่งในมีดที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันตัว ในการต่อสู้ระหว่างมีดด้วยกันโดยส่วนใหญ่มักใช้ Karambit เป็นมีดสำรอง (Backup Knife) เนื่องจากใบมีดมักมีขนาดเล็กและสั้น มีดหลักมักเป็นมีดขนาดใหญ่และยาวเพื่อความได้เปรียบ

แต่ในหลายสถานการณ์มีดที่เล็กและสั้นก็อาจไม่ได้เสียเปรียบมีดที่ยาวและใหญ่กว่าแต่อย่างใด ทักษะและความชำนาญของผู้ที่ใช้อาวุธมีดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

Karambit เป็นมีดที่มีลักษณะเฉพาะดังนั้นวิธีการใช้งานจึงมีความจำเพาะในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นท่าทางการใช้บางอย่าง อีกทั้งการกำด้ามมีดซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น Reverse grip โดยสอดนิ้วชี้เข้าไปในห่วงเพื่อให้ยากแก่การถูกปลดอาวุธ และง่ายในการเปลี่ยนเป็น Extended grip เพื่อเพิ่มระยะการโจมตีของมีดออกไป ส่วน Forward grip มีที่ใช้ไม่มากนัก (อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความเรื่อง Karambit gripping เมื่อ 3 Feb 11)

ใบมีดที่โค้งของ Karambit ทำให้เมื่อถือมีดแบบ Reverse grip ปลายมีดจะชี้ออกไปข้างหน้า ความโค้งของใบมีดจึงเป็นส่วนสำคัญในความได้เปรียบของมีดชนิดนี้ หากมีดโค้งไปข้างหน้าไม่มากก็อาจได้เปรียบมีดใบตรงไม่มากนัก การตรวจสอบว่ามีดโค้งไปข้างหน้าดีหรือไม่ก็โดยการถือมีดแบบ Reverse grip แล้วปักมีดลงพื้นให้ปลายมีดแตะพื้น กำปั่นของเราต้องไม่สัมผัสพื้น ละความห่างระหว่างกำปั่นกับพื้นจะเป็นความลึกที่ใบมีดจะแทงลึกเข้าไปภายในเป้าหมายเมื่อกำปั่นของเราสัมผัสถูกเป้าหมาย ดังนั้นยิ่งมีดมีความโค้งไปข้างหน้ายิ่งมากจะยิ่งแทงลึกเข้าไปมากขึ้นด้วย

ความโค้งของใบมีดก็มีความสำคัญ หากโค้งมาข้างหน้าใกล้นิ้วก้อยมากเกินไปก็อาจเพิ่มโอกาสถูกบาดมือตัวเองได้ง่ายขึ้น ดังนั้นใบมีดที่โค้งควรอยู่ห่างจากนิ้วก้อยออกไปพอสมควร

ขนาดของห่วงก็ขึ้นกับแต่ละบุคคล เพราะห่วงมีหลายขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้างตามแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อ (ในสมัยก่อนมีด Karambit จะถูกทำขึ้นเฉพาะบุคคล ไม่ได้ทำกันแบบอุตสาหกรรมเช่นนี้) แต่ละคนต้องลองจับถือมีดเองและทดสอบดูว่ามีดเล่มนั้นถนัดในการจับถือและเปลี่ยน grip หรือไม่

มีด Karambit ปกติเป็นมีดใบตายแต่ในปัจจุบันประชาชนนิยมพกพาในแบบมีดพับมากกว่า ดังนั้นการเปิดมีดเพื่อพร้อมใช้งานจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องคำนึงถึง มีดบางยี่ห้อมีคุณลักษณะพิเศษช่วยให้การเปิดมีดทำได้เร็วขึ้น เช่น Wave ของ Emerson (ใช้ส่วนที่ยื่นออกมาจากสันมีดเกี่ยวกับขอบกางเกงเพื่อช่วยเปิดใบมีด) ส่วนมีดซึ่งไม่มีวิธีพิเศษในการช่วยเปิดเช่นนี้ก็คงต้องฝึกการเปิดใบมีดให้เร็วด้วยวิธีต่างๆ เช่น การสะบัดใบมีด การดีดเปิดใบมีดด้วยนิ้วมือ การเปิดด้วยสองมือ เป็นต้น

ระบบล็อกใบมีดต้องมั่นคงแน่นหนา ไม่ว่าจะเป็น Liner lock หรือ Back lock ดังนั้นต้องทดสอบการเปิด-ปิดและดูว่าใบมีดเปิดได้สะดวกและล็อกแน่นหนาดีมีความน่าเชื่อถือในการทำงานสูง

สำหรับมีดพับขนาดใบมีดที่นิยมมักยาว 2 นิ้วกว่าๆ ส่วนใบมีดที่ยาวกว่านั้นมากๆการพกซ่อนก็อาจไม่สะดวกมากนักจึงนิยมน้อยกว่า เมื่อเลือกมีดจึงต้องทดลองพกพาและทดสอบว่าสามารถหยิบฉวยนำมาใช้ได้ถนัดหรือไม่

ส่วนมีดใบตายก็มีทั้งมีดที่มีคมเดียวและสองคม ขนาดและความยาวของใบมีดก็มีให้เลือกใช้ได้มากกว่ามีดพก โดยส่วนตัวนิยมมีดสองคมมากกว่าเพราะสามารถใช้ประสิทธิภาพของมีดได้สูงสุด

เหล็กที่ใช้ทำใบมีดหากเป็น Stainless steel ได้ก็จะทำให้การดูแลมีดทำได้ง่ายขึ้น (ศัตรูที่สำคัญที่สุดของเหล็ก ก็คือ สนิม) ส่วนลักษณะของด้ามมีดและวัสดุที่ทำก็ขึ้นกับความชอบและความถนัดเมื่อจับถือ

การเลือกมีด Karambit ให้ถูกกับมือและใช้ได้อย่างถนัดเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากมีดชนิดนี้มีลักษณะเฉพาะดังนั้นการฝึกฝนการใช้งานให้เกิดทักษะความชำนาญจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเรากำลังฝากชีวิตไว้กับสิ่งนี้ในยามจำเป็น หากเราพกเพื่อความโก้เก๋แต่ไม่รู้ว่ามันจะใช้ป้องกันตัวได้อย่างไร มีดเล่มนั้นอาจวกกลับมาทำร้ายเราเองได้ในที่สุด

สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับมีดขอให้มี “สติ”
                                                                                                เรียบเรียงโดย Batman

Monday, January 23, 2012

How to Prevent Home Invasion


How to Prevent Home Invasion

การบุกรุกบ้านโดยคนร้าย (Home Invasion) ถือเป็นหนึ่งในอาชญากรรมร้ายแรง โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ การลักขโมยและการปล้นบ้าน

การลักขโมย เป็นอาชญากรรมที่มักไม่มีพยานรู้เห็นเหตุการณ์ อาทิเช่น ตัวคุณไม่อยู่บ้านขณะที่มีการลักขโมยเกิดขึ้น มารู้ตัวอีกครั้งเมื่อกลับมาบ้านและพบว่ามีของหาย

แต่การบุกปล้นบ้านนั้นเป็นอะไรที่ต่างออกไปมาก มีทั้งความรุนแรงและน่ากลัว เพราะไม่เพียงแค่ทรัพย์สินในบ้าน แต่ตัวคุณและสมาชิกในครอบครัวก็ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมด้วย

นาย George Wehby ได้ให้ข้อแนะนำเป็นบัญญัติ 10 ประการ ในการป้องกันบ้านจากการถูกบุกรุกในทั้งสองกรณี

1.      ล๊อกประตูและหน้าต่างทุกบาน เมื่อตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุมักจะมองหาประตูหรือหน้าต่างที่ไม่ได้ล๊อกเป็นอย่างแรก เนื่องจากคนร้ายจะตรวจสอบประตูและหน้าต่างทีละบานเพื่อใช้เป็นทางเข้าภายในบ้าน ถึงแม้ไม่สามารถรับประกันการถูกบุกรุกได้แต่ก็ทำให้การเข้าภายในบ้านนั้นยากขึ้น

2.      ใช้ประตู หน้าต่างและระบบล๊อกที่แข็งแรง เมื่อคนร้ายบุกรุกบ้านด้วยความรุนแรง เขาอาจเพียงแค่ถีบประตู งัดประตู ก็สามารถเข้าไปภายในบ้านอย่างรวดเร็ว และอาจเข้าไปได้ทุกห้องภายในเวลาน้อยกว่าห้านาทีเสียอีก ดังนั้นการซื้อเวลาให้คนร้ายเข้ามายากขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ คุณควรใช้ประตู หน้าต่างและระบบล๊อกที่แข็งแรงแน่นหนา ซึ่งช่างกุญแจประตูอาจให้คำแนะนำที่ดีได้

3.      ใช้แสงสว่างให้มาก โดยปกติเมื่อความมืดมาเยือนเรามักจะมองหาที่ซึ่งมีแสงสว่าง ในยามค่ำคืนหากภายนอกบ้านเรามีแสงสว่างเพียงพอโดยเฉพาะหน้าทางเข้าบ้าน คนร้ายมักจะไม่เลือกที่จะใช้ประตูด้านนั้น เขาจะมองหาที่มืดซึ่งจะทำให้ไม่มีใครเห็นเขาขณะเข้าไปในบ้าน ดังนั้นหากมีระบบป้องกันขโมยซึ่งใช้การตรวจจับการเคลื่อนไหวแล้วสั่งงานให้เปิดไฟทั้งในและบริเวณรอบบ้าน จะทำให้คนร้ายคิดว่าคนในบ้านรู้แล้วว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น และเพราะแสงสว่างอาจทำให้มีคนเห็นเขาได้ง่ายจึงอาจเลิกล้มความตั้งใจที่จะบุกรุกเข้าไปได้

4.      ปิดหน้าต่างและม่านให้สนิท คนร้ายมักประสงค์ต่อทรัพย์ภายในบ้าน หากเขาไม่สามารถมองเห็นอะไรภายในบ้านได้ ไม่รู้ว่ามีทรัพย์สินมีค่าอะไรอยู่บ้าง ไม่รู้ว่ามีคนหรือสัตว์เลี้ยงภายในบ้านหรือไม่ จะทำให้เกิดความไม่แน่ใจ ซึ่งอาจทำให้คนร้ายเปลี่ยนใจที่จะเลือกบ้านหลังดังกล่าว

5.      มีสุนัขเฝ้ายาม (Guard dog) คนร้ายไม่ค่อยชอบเพื่อนสี่ขาสักเท่าไร เพราะมันอาจทำอันตรายเขาได้ คุณอาจไม่จำเป็นต้องฝึกสุนัขของคุณแบบพวกมืออาชีพใช้ แต่ขอให้พอเชื่อใจในการเฝ้าระวังภัยได้ก็พอ

6.      มีระบบเตือนภัยผู้บุกรุก (Alarm system) เสียงดังจากระบบเตือนภัยจะช่วยเตือนเราให้รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ และคนร้ายมักเลือกเหยื่อที่ลงมือง่ายๆมากกว่า อีกทั้งเป็นการเตือนให้ยามหรือตำรวจมาดูที่บ้านด้วย

7.      แจ้งและรายงานกิจกรรมต้องสงสัย คนร้ายก่อนจะลงมือมักมีการเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของบ้านเป้าหมายก่อนหลายวัน ความตระหนักรู้ต่อภัยคุกคาม หรือ Awareness เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการป้องกันตัว เมื่อเห็นสิ่งผิดปกติอาจโทรแจ้งตำรวจให้ช่วยมาตรวจสอบหรือลาดตระเวณบริเวณบ้านให้บ่อยขึ้น และตรวจสอบผู้มาเยือนให้แน่ชัดก่อนเปิดประตูออกไป

8.      ป้องกันข้อมูลของคุณ ขยะที่คุณเอาไปทิ้งนอกบ้านอาจมีข้อมูลที่สำคัญของคุณอยู่ด้วยก็ได้ ซึ่งคนร้ายอาจใช้ข้อมูลเหล่านั้นในการหาทางเข้าบ้านคุณ เช่น มีใบสั่งซื้อของส่งถึงบ้าน คนร้ายอาจปลอมเป็นพนักงานส่งของได้ เป็นต้น นอกจากนั้นอาจมีการขโมยข้อมูลส่วนตัวอื่นๆของคุณได้อีก (Identity theft)

9.      มีเพื่อนบ้านที่ดี การมีเพื่อนบ้านที่ดีจะช่วยเราเฝ้าระวังคนร้ายจากการบุกรุกได้ในระดับหนึ่ง จึงควรรู้จักเพื่อนบ้านว่าเป็นใครบ้างและเฝ้าระวังซึ่งกันและกัน

10.  คิดเหมือนคนร้าย (Think like a home invader) พยายามมองหาจุดอ่อนของบ้านในการที่คนร้ายจะสามารถบุกรุกเข้ามาได้แล้วทำการแก้ไขเสีย การทำเช่นนี้ไม่ใช่ความหวาดระแวงแต่เป็นเรื่องของการป้องกัน

ข้อแนะนำทั้งหมดนี้คงไม่ใช่สูตรสำเร็จที่จะสามารถป้องกันภัยคุกคามได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ทำให้บ้านของเรามีความปลอดภัยมากขึ้น ในหลายกรณีเราอาจต้องทำมากกว่าที่แนะนำไว้ขึ้นกับสถานการณ์และสภาพแวดล้อม

สุดท้ายนี้ขอให้ตั้ง สติ ทุกครั้งเมื่อเผชิญเหตุ และขอให้ พลังจงอยู่กับท่าน 

เรียบเรียงโดย Batman                                                             อ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจากบทความเรื่อง 10 Rules to Prevent  Home Invasions ของ George Wehby

Sunday, January 1, 2012

สวัสดีปีใหม่ 2012


สวัสดีปีใหม่ 2012
ขอให้ผู้อ่านทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญ ตลอดปีมังกรทองนี้ครับ

                                                                             Batman
 

Samsung LCD televisions