Saturday, March 14, 2015

Training at Centara Watergate Pavillion Hotel

ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 ได้รับเกียรติไปบรรยายและฝึกสอนให้กับพนักงานของ ร.ร. Centara Watergate Pavillion โดยเน้นที่แนวคิดของการป้องกันตัว การประเมินสถานการณ์ การจัดการกับปัญหาเฉพาะหน้า และได้มีการฝึกทักษะการป้องกันตัวในสถานการณ์ที่พบบ่อยๆ โดยเฉพาะการป้องกันตัวด้วยมือเปล่า การป้องกันตัวจากการถูกมีดจี้คอ ในตอนท้ายได้สาธิตให้ดูวิธีการป้องกันตัวจากการถูกอาวุธปืนจี้ ตลอดการอบรมมีบรรยากาศที่ดีสนุกสนานและได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกท่าน



Batman

Sunday, December 30, 2012

Throwing Knife


Throwing Knife

มีดขว้าง (Throwing Knife) มีใช้ในหลายวัฒนธรรมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอัฟริกา อเมริกา ยุโรป เอเชีย มีดขว้างสมัยใหม่มักจะทำจากโลหะชิ้นเดียวยาวจรดด้ามมีด ไม่มีชิ้นส่วนเสริมประกบด้าม โดยปลายมีดจะแหลมและคมมีดมักยาวถึงกลางมีด (โดยส่วนใหญ่มักมีสองคม) และในบางวัฒนธรรมมีการออกแบบมีดขว้างไว้อย่างหลากหลายมาก

มีดข้วางมี 2 แบบ คือ แบบสมดุลย์ (Balanced knives) และ แบบไม่สมดุลย์ (Unbalanced knives) โดยแบบสมดุลย์นั้นน้ำหนักของมีดจะอยู่สมดุลย์ตรงกลางมีดพอดี ส่วนแบบไม่สมดุลย์นั้นน้ำหนักของมีดส่วนใหญ่จะเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งไม่อยู่ตรงกลางมีด

โดยส่วนใหญ่มีดขว้างแบบสมดุลย์นิยมมากกว่าแบบไม่สมดุลย์ เนื่องจากขว้างได้ง่ายกว่าสามารถจับมีดขว้างได้ดีทั้งการจับที่ด้ามหรือที่ใบมีด ส่วนการขว้างมีดแบบไม่สมดุลย์นั้นโดยทั่วไปจะจับส่วนที่เบาที่สุดของมีด เช่น ถ้าใบมีดเบากว่าด้ามมีดก็ให้จับที่ใบมีดเวลาขว้าง แต่ถ้าด้ามมีดเบากว่าใบมีดก็ให้จับที่ด้ามมีด เป็นต้น

มีดที่เบากว่ามักจะขว้างได้ง่ายกว่ามีดที่หนัก แต่อำนาจในการทะลุทะลวงก็จะน้อยกว่าเนื่องจากแรงปะทะเบากว่ามีดที่หนัก

ระยะหวังผลของมีดขว้างขึ้นกับตัวมีดและการฝึกฝน มีรายงานว่าระยะไกลสุดของมีดขว้างอาจไกลถึง 45 เมตร เลยทีเดียว

เทคนิกการขว้างมีดมีหลายวิธีต้องฝึกฝนเป็นเวลานานกว่าจะมีพลังและความแม่นยำ นอกจากนั้นเมื่อขว้างมีดออกไปแล้วเราก็จะเสียมีดเล่มนั้นไปทันที หากเราไม่มีมีดสำรองอยู่ก็อาจเป็นเรื่องอันตรายมากหากมีดเล่มนั้นไม่สามารถหยุดภัยคุกคามได้หรือมีคนร้ายอีกหลายคน

ดังนั้นโดยส่วนตัวแล้วหากเราไม่ได้ฝึกฝนการขว้างมีดมาอย่างชำนาญแล้ว อีกทั้งไม่มีมีดในตัวหลายเล่ม การขว้างมีดไปยังภัยคุกคามก็ขอให้เป็นทางเลือกสุดท้ายจะดีกว่าเพราะอย่างน้อยที่สุดมีมีดอยู่ในมือเราก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย แต่การฝึกขว้างมีดก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจเพราะมันอาจสร้างความแตกต่างระหว่างความเป็นและความตายได้เช่นกัน

สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับมีดขอให้มี “สติ”
                                                                                                            เรียบเรียงโดย Batman

Sunday, November 11, 2012

Hostage Knife Threat (2)


Hostage Knife Threat (2)

ต้องขออภัยที่ห่างหายไปนานเนื่องจากติดภาระกิจสำคัญหลายเรื่องอย่างต่อเนื่องและต้องเดินทางไปหลายที่ ทำให้ไม่มีเวลามากพอที่จะเขียนบทความ ก็ขอเล่าเรื่องต่อจากครั้งที่แล้ว

การถูกอาวุธมีดจี้คอจากด้านหน้าพบได้บ้าง คนร้ายอาจใช้วิธีนี้ในการเริ่มต้นภัยคุกคามก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นการจี้คอจากด้านหลังซึ่งคนร้ายจะได้เปรียบอย่างมาก

การแก้ไขการถูกมีดจี้คอจากด้านหน้ามีหลายวิธี วิธีหนึ่งที่ขอนำมาแบ่งปัน อย่างแรกต้องตั้งสติให้ดีก่อน เพราะถ้าเราขาดสติจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง ยกมือทั้งสองของเราขึ้นระดับเดียวกับตำแหน่งที่มีดอยู่ (แสดงการยอมแพ้) ให้ความร่วมมือกับคนร้ายไปก่อน เมื่อได้จังหวะ เช่น คนร้ายกำลังพูดหรือสนใจสิ่งอื่นอยู่ ก็ให้ใช้มือทั้งสองของเรากุมมือของคนร้ายข้างที่ถือมีด และดันออกห่างคอเราพร้อมกับดึงคอเราออกห่างจากคมมีด ใช้หลัก สองมือสู้มือเดียว งอขอศอกของเราเพื่อไม่ให้มีดของคนร้ายอยู่ห่างไกลตัวเราเกินไปจะทำให้เราไม่มีแรงมากพอที่จะควบคุมมือของคนร้าย

ต่อจากนี้ไปทำได้หลายอย่าง เช่น การบิดมือข้างที่ถือมีดของคนร้ายให้คลายมีด หรือหมุนตัวเอารักแร้ของเราหนีบแขนข้างที่ถือมีดของคนร้ายแล้วทำการปลดอาวุธหรือบังคับให้คนร้ายต้องนอนลงกับพื้นโดยการงัดท่อนแขนของคนร้ายขึ้น เป็นต้น

หลักสำคัญอยู่ที่ มีสติ ยกมือสองข้างของเราอยู่ระดับเดียวกับมีด รอจังหวะ ใช้สองมือสู้มือเดียว ควบคุมหรือปลดอาวุธ

ยังมีอีกหลายวิธีที่สามารถแก้ไขการถูกมีดจี้คอจากด้านหน้าได้ ก็ขอให้ฝึกฝนในหลายรูปแบบเพื่อดูว่าเราเหมาะกับแบบใด และในบางครั้งสถานการณ์หนึ่งๆอาจเหมาะสมกับบางวิธีเท่านั้น หากเรารู้หลายอย่างก็สามารถปรับตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้

สุดท้ายนี้ขอให้ตั้ง “สติ” ทุกครั้งเมื่อเผชิญเหตุ และขอให้ “พลังจงอยู่กับท่าน”
                                                                                    เรียบเรียงโดย Batman

Saturday, September 29, 2012

Hostage Knife Threat (1)



Hostage Knife Threat (1)

ภัยคุกคามจากมีดพบได้บ่อยโดยเฉพาะการถูกมีดจี้คอจากด้านหลังจับเราเป็นตัวประกัน เป็นหนึ่งในสถานการณ์ที่ตึงเครียดและมีชีวิตเป็นเดิมพัน

ในการเผชิญเหตุสิ่งแรกที่จะต้องทำคือ การตั้งสติ เพราะการขาดสติรังแต่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง หากเรารู้เทคนิกในการแก้ไขการถูกมีดจี้คอก็ให้รอจังหวะที่เหมาะสมในการลงมือ ข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งของเราก็คือ เรารู้ว่าเมื่อไรเราจะลงมือแก้ไข แต่คนร้ายไม่รู้ว่าเราจะลงมือเมื่อไร ดังนั้นโอกาสประสบความสำเร็จจึงมีสูงหากเรารู้วิธี

เทคนิกในการแก้ไขการถูกมีดจี้คอไม่ว่าจะเป็นการถูกจี้จากด้านหลังมีหลายวิธี หลักสำคัญคือ ใช้สองมือของเราควบคุมมือข้างที่ถือมีดของคนร้าย (ใช้สองมือสู้มือเดียว) และหันคมมีดออกจากคอเรา เช่น การใช้สองมือกุมข้อมือคนร้ายกดแน่นกับหน้าอกของเรา โดยหันคมมีดออกจากคอแล้วบิดตัวม้วนศีรษะเรารอดผ่านรักแร้ของคนร้าย บิดแขนคนร้ายอ้อมไปข้างหลังทำการควบคุมคนร้าย (อย่าปล่อยมือออกจากข้อมือของคนร้ายจนกว่าเราจะอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยและได้เปรียบ)

ไม่อยากแนะนำให้ทำการปลดมีดหากไม่รู้วิธีที่ถูกต้องเพราะอาจทำพลาดได้ แค่ควบคุมมือข้างที่ถือมีดของคนร้ายไม่ให้เป็นภัยคุกคามต่อไปได้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

เทคนิกในการแก้ไขการถูกมีดจี้สำหรับประชาชนจะใช้วิธีที่เรียบง่าย เรียนรู้ได้เร็ว และมีประสิทธิภาพ ควรเรียนรู้หลายเทคนิกเพื่อเลือกให้เหมาะสมกับตัวเรา (ไม่มีเทคนิกใดดีที่สุดไม่มีที่ติ มีแต่เทคนิกที่เหมาะกับตัวเองที่สุด ซึ่งเราต้องเลือกเอง)

สุดท้ายนี้ขอให้ตั้ง “สติ” ทุกครั้งเมื่อเผชิญเหตุ และขอให้ “พลังจงอยู่กับท่าน”

                                                                              เรียบเรียงโดย Batman

Thursday, September 6, 2012

S cut







S cut

โดยปกติการใช้มีดฟันมักจะเป็นแนวเส้นตรง แต่มีการใช้มีดต่อสู้บางรูปแบบที่มีทิศทางซึ่งต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นการจับมีดแบบ Forward หรือ Reverse grip ก็สามารถใช้รูปแบบนี้ได้

S cut หรือ การฟันเป็นรูปตัวอักษร S ในภาษาอังกฤษ มักใช้ในกรณีที่เมื่อฟันมีดไปแล้วใบมีดเกิดติดอะไรบางอย่าง เราก็อาจเปลี่ยนทิศทางมีดไปด้านอื่นเพื่อให้การใช้มีดมีความไหลลื่นต่อเนื่อง (บางครั้งอาจต้องดึงมีดออกมาก่อน) อีกทั้งทำให้บาดแผลยาวและฉกรรจ์มากขึ้น

การฟันแบบนี้เป็นหนึ่งในรูปแบบที่สอนกันมากในแถบภูมิภาคนี้ เช่น Kali ซึ่งเป็นแขนงหนึ่งของ Filipino Martial Art (FMA) เป็นต้น มีด Karambit ก็นิยมใช้เทคนิคนี้เช่นกัน

หลายคนมักถามว่า “การฟัน” หรือ “แทง” อย่างไหนน่ากลัวกว่ากัน โดยส่วนตัวแล้วขึ้นกับเราให้นิยามของความว่า “น่ากลัว” ไว้อย่างไร ถ้า กลัวเสียชีวิต การแทงดูจะมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่า ถ้า กลัวพิการ การฟันก็อาจดูน่ากลัวกว่า แต่ไม่ว่าจะฟันหรือแทงต่างก็สามารถทำให้เสียชีวิตและพิการได้ทั้งสิ้นขึ้นกับตำแหน่งที่ถูกทำร้าย

ในการใช้มีดเพื่อต่อสู้ป้องกันตัวนั้นเป็นเรื่องของความเข้าใจในความสำคัญของระยะห่างที่เหมาะสม ความรวดเร็วและไหลลื่นของการใช้มีด และการก้าวเท้าอย่างถูกต้อง (Footwork)

S cut เป็นวิธีหนึ่งซึ่งทำให้การใช้มีดยากแก่การรับมือ

สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับมีดขอให้มี “สติ”

                                                                                                            เรียบเรียงโดย Batman

Sunday, August 12, 2012

Choke Release Techniques


Choke Release Techniques

เหตุการณ์ร้ายหลายครั้งคนร้ายพยายามเข้ามาบีบคอไม่ว่าจะเป็นด้านหน้า ด้านข้างหรือด้านหลังของเรา ซึ่งการบีบคอนี้อันตรายเกิดจากการขาดอากาศและขาดเลือดไปเลี้ยงสมอง เนื่องจากหลอดลมและเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณคอถูกบีบจนร่างกายขาดอากาศและสมองขาดเลือดไปเลี้ยงทำให้หมดสติและอาจเสียชีวิตได้ภายในเวลาอันสั้น

การบีบคอมีหลายวิธีทั้งการใช้มือหรือท่อนแขนบีบรัด ตั้งแต่วิธีที่เรียบง่ายไปจนถึงวิธีที่ซับซ้อน (ซึ่งมักใช้ในการกีฬา) โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการใช้มือทั้งสองข้างบีบคอ

สำหรับประชาชนที่ต้องการป้องกันตัวจากการถูกบีดรัดคอด้วยมือทั้งสองข้างของคนร้าย สามารถทำได้หลายวิธี ในการป้องกันตัว (Self-defense) จะเลือกใช้วิธีที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพ คงไม่สามารถบอกกล่าวได้ทุกวิธีที่สามารถใช้แก้ไขสถานการณ์ได้ แต่จะขอเน้นที่หลักการซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้

เงื่อนไขสำคัญในการป้องกันตัวจากการถูกบีดคออยู่ที่ “เวลา” หากปล่อยไว้นานหรือไม่สามารถแก้ไขออกมาได้เร็วเราอาจหมดสติไปเสียก่อน ดังนั้น “เวลาในการตอบโต้หรือแก้ไข” จึงสำคัญมาก

โดยทั่วไปผมจะใช้หลักการ 3 ข้อ กล่าวคือ

1.      Short Circuit หรือ การทำให้ลัดวงจร เป็นการทำให้คนร้ายซึ่งกำลังมุ่งมั่นที่จะทำร้ายเราเกิดอาการช็อคหรือตกใจ เช่น การตอบโต้กลับไปยังตำแหน่งที่เปราะบางของร่างกายคนร้าย เพื่อให้เกิดการชะงักงันชั่วครู่ เปิดโอกาสให้เรามีเวลามากพอที่จะแก้ไขสถานการณ์ออกมาได้ ซึ่งมีหลายวิธีแต่จะไม่ขอกล่าวในที่นี้

2.      เทคนิคแก้ไขการถูกบีบคอ เป็นวิธีการแก้ไขจากการถูกบีบคอไม่ว่าจะจากด้านหน้า ด้านข้างหรือด้านหลัง ซึ่งมีหลายวิธีแต่วิธีที่ง่ายและฝึกฝนได้ไม่ยาก อาทิเช่น อย่างแรกควรลดโอกาสที่หลอดลมและเส้นเลือดแดงใหญ่ที่คอจะถูกบีบโดยการ “เก็บคอ” (ก้มศีรษะคางชิดลำคอ ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อคอเกร็งช่วยปกป้องหลอดลมและเสื้นเลือดได้ในระดับหนึ่ง) จากนั้นยกแขนข้างหนึ่งขึ้นแล้วหันตัวไปด้านตรงข้ามพร้อมกันฟันข้อศอกลงบนแขนทั้งสองข้างของคนร้ายเพื่อปลดการบีดรัดคอของเรา เทคนิคนี้สามารถใช้ได้ไม่ว่าจะถูกบีดคอจากด้านใดก็ตาม

3.      การตอบโต้กลับ (Strike back) แน่นอนว่าเมื่อเราปลดล็อคจากการถูกทำร้ายได้เราควรหนี แต่ในหลายกรณีก็ไม่สามารถทำได้ในทันที อีกทั้งคนร้ายอาจไล่ตามเรามาได้ ดังนั้นการตอบโต้กลับอย่างมีประสิทธิภาพอาจเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งการตอบโต้กลับมีหลายวิธีขึ้นกับการฝึกฝนและสถานการณ์

ในการฝึกป้องกันตัวนั้นจะได้เรียนรู้หลายๆวิธีในการแก้ไขสถานการณ์ เพื่อให้เราสามารถนำมาปรับใช้ได้กับภัยคุกคามที่กำลังเผชิญเบื้องหน้า เนื่องจากไม่มีเทคนิคใดเทคนิคหนึ่งที่ดีสมบูรณ์แบบไม่มีที่ติ ทุกวิธีมีข้อจำกัดหรือข้อด้อยเสมอ ดังนั้นการเรียนรู้หลายๆวิธีทำให้เราสามารถนำวิธีเหล่านั้นมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้ดีขึ้น

แต่จงจำไว้ว่าการฝึกการป้องกันตัว (Self-defense training) นั้นอาศัยความเรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพ ท่วงท่าอาจดูไม่สวยงามเหมือนศิลปะการต่อสู้ (Martial Arts) แต่ขอให้ดูที่ประสิทธิผลเป็นสำคัญ หากเราเรียนรู้ท่าทางที่สวยงามดูดี แต่ต้องใช้เวลาฝึกนานหลายเดือนและมีรายละเอียดมากมายต้องจดจำ เป็นการยากที่จะฝึกฝนให้ชำนาญได้ก็อาจไม่เหมาะสำหรับประชาชนทั่วไป

สุดท้ายนี้ขอให้ตั้ง “สติ” ทุกครั้งเมื่อเผชิญเหตุ และขอให้ “พลังจงอยู่กับท่าน”
                                                                                                            เรียบเรียงโดย Batman
 

Samsung LCD televisions