Saturday, July 14, 2012

Big Kinfe VS. Small Knife


Big Kinfe VS. Small Knife

หลายคนคิดว่ามีดยิ่งยาวยิ่งได้เปรียบ ความคิดนี้เป็นจริงหรือไม่? ในอเมริกาหลายรัฐมีกฎหมายกำหนดความยาวของมีดซึ่งพกพาได้โดยประชาชนส่วนใหญ่ไม่เกิน 4 นิ้ว (บางรัฐไม่เกิน 3 นิ้ว) สำหรับนาย Michael Janich หากถูกจู่โจมจากคนร้ายที่มีอาวุธ เขาก็คงตอบโต้กลับด้วยอาวุธมีดที่มีก็คือ มีดพับ (Tactical Folder) ใบยาว 3 ถึง 4 นิ้ว แต่คนร้ายตามท้องถนนมักใช้มีดใบตาย (Fixed blade) ยาว 5 ถึง 7 นิ้วเป็นส่วนใหญ่

มีดยาวมักมีผลที่สำคัญ 4 อย่าง คือ การขู่ขวัญ, ระยะที่ถึงเป้าหมายได้เร็วกว่ามีดที่สั้นกว่า, แรงส่งที่มากกว่า, ความลึกที่มากกว่าเมื่อแทงถูกเป้าหมาย

ในการใช้มีดที่ยาวจะมีเทคนิคบางอย่างที่ได้เปรียบมีดที่สั้นกว่า เช่น การสะกัดกั้น (block) การโจมตีด้วยมีด, การแทงที่ได้เปรียบ แต่ก็มีบางจุดที่อาจเสียเปรียบ เช่น ความรวดเร็วในการเคลื่อนไหวของมีดจะช้ากว่ามีดที่สั้นและเบากว่า

การต่อสู้ป้องกันตัวด้วยอาวุธมีดนั้นเป็นเรื่องของการใช้ประโยชน์จากระยะมีดของเราและของคนร้าย โดยใช้เทคนิคต่างๆเพื่อสร้างความได้เปรียบ

ดังนั้นเราต้องรู้ข้อดี ข้อจำกัดของมีดสั้นและยาว เพื่อเลือกใช้เทคนิคให้ถูกต้องกับอาวุธมีดที่มีในมือของเราและเหมาะสมกับมีดของคนร้าย ดังนั้นมีดที่ยาวกว่าอาจไม่ได้เปรียบมีดที่สั้นกว่าเสมอไป ขึ้นกับทักษะความชำนาญของผู้ใช้เป็นสำคัญ

สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับมีดขอให้มี “สติ”

                                                                                                เรียบเรียงโดย Batman
                                                            อ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจากบทความเรื่อง Size Does Matter ของ Michael Janich

Wednesday, June 13, 2012

Self-defense on the Ground


Self-defense on the Ground

ในการฝึกฝนการป้องกันตัวนั้นอย่าฝึกเพียงสภาพที่เราตอบโต้ได้ดีตลอดเวลา ควรฝึกฝนในภาวะหรือสภาพที่เราเสียเปรียบด้วยโดยเฉพาะเมื่อเรานอนอยู่บนพื้น ในเหตุการณ์จริงหลายครั้งที่เหยื่อถูกทำร้ายจนล้มลงกับพื้นแล้วถูกคนร้ายไม่ว่าจะเป็นคนเดียวหรือหลายคนรุมทำร้ายหนักขึ้น ไม่ว่าจะถูกเตะ รุมถีบ และเป็นสภาพที่เหยื่อมักตอบโต้ได้จำกัด

ในสถานการณ์จริงเมื่อเราล้มลงบนพื้นคู่ต่อสู้จะไม่มานอนต่อสู้กับเราเหมือนกับกีฬาการต่อสู้ทั่วๆไป อย่างเช่น Mixed martial art (MMA), Jiu-jitsu หรือJudo เป็นต้น คนร้ายมักจะยืนเตะเหยื่อหรือรุมกระถืบเป็นส่วนใหญ่ โดยศีรษะของเราจะเป็นเป้าหมายแรกๆที่ถูกทำร้าย ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการล้มลงกับพื้นและการต่อสู้บนพื้น (Ground fighting)

นาย Michael Janich ครูฝึกการป้องกันตัว (Self-defense) ที่มีชื่อเสียงได้ให้ข้อชี้แนะไว้อย่างน่าสนใจ อย่างแรกคือ ในการป้องกันตัวจากภัยคุกคามที่เข้ามาทำร้าย ให้พยายามอย่าล้มลงกับพื้น เพราะท่ายืนเป็นท่าที่เราเคลื่อนไหวได้ถนัดและมีประสิทธิภาพดีที่สุด หากคุณถูกทำให้ล้มลงกับพื้นสิ่งแรกที่จะต้องทำก็คือ พยายามลุกขึ้นยืนให้ได้เร็วที่สุด นอกจากนั้นควรล้มลงพื้นอย่างถูกวิธี (ในการฝึกการป้องกันตัวนั้น การฝึกล้มลงพื้นและการลุกขึ้นยืนอย่างถูกวิธีถือเป็นพื้นฐานอย่างหนึ่งซึ่งต้องเรียนรู้)

ท่าที่เหมาะสมในการป้องกันตัวขณะนอนอยู่บนพื้นก็คือ งอเข่าสองข้างเข้าหาลำตัว งอข้อศอกและมือป้องกันบริเวณศีรษะ ในท่านี้คุณสามารถป้องกันอวัยวะที่สำคัญส่วนใหญ่ได้อีกทั้งสามารถตอบโต้ด้วยการถีบและใช้มือและแขนได้ถนัดขึ้น

หากคุณไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ก่อนที่คนร้ายจะเข้ามาทำร้ายซ้ำ ก็คงต้องป้องกันตัวในขณะที่นอนอยู่บนพื้น มีหลายวิธีที่สอนกันในหลายศูนย์ฝึกอบรมทั่วไป เช่น การนอนตะแคงข้างใดข้างหนึ่งแล้วใช้เท้าถีบตอบโต้หรือป้องกันไปด้วย อาจได้ผลดีถ้ามีคนร้ายเพียงคนเดียว แต่หากมีคนร้ายหลายคนการนอนตะแคงข้างจะเปิดเผยกระดูกสันหลังซึ่งอาจถูกทำร้ายได้ง่ายโดยคนร้าย นอกจากนั้นบางศูนย์ฝึกสอนให้นอนหงายแล้วถีบตอบโต้แบบถีบจักรยาน แต่ก็มักจะต้องลดมือลงมาเป็นการเปิดเผยบริเวณศีรษะให้คนร้ายหลายคนทำร้ายได้

นาย Michael Janich ได้ทดลองหลายครั้งและหลายวิธีในการป้องกันตัวบนพื้นพบว่า ท่าที่เหมาะสมในการป้องกันตัวควรนอนหงาย เขาเรียกว่า Defensive position โดยงอเข่าสองข้างให้ฝ่าเท้าขวาวางบนพื้น เท้าซ้ายลอย งอขอศอก ยกศีรษะขึ้นใช้มือป้องศีรษะไว้ ในท่านี้คุณสามารถใช้เท้าซ้ายในการถีบสกัด หรือป้องกันการเตะและถีบจากคนร้ายได้ดี นอกจากนั้นยังเป็นท่าซึ่งสามารถทำให้คนร้ายล้มลงด้วยเทคนิกที่ไม่ยาก

หลักการอย่างหนึ่งซึ่งนาย Michael Janich แนะนำก็คือ อย่าเพียงแต่ป้องกันอย่างเดียว ให้ตอบโต้กลับไปด้วย โดยเฉพาะการเตะและถีบกลับ ตำแหน่งที่ควรโจมตีอาทิเช่น บริเวณหัวเข่าและด้านในของข้อเท้า

ไม่ว่าจะเป็นวิธีการป้องกันตัวรูปแบบใดต่างก็มีข้อดีและข้อจำกัดด้วยกันทั้งสิ้น การฝึกฝนเพื่อให้เกิดทักษะความชำนาญและสร้างความมั่นใจในการเผชิญเหตุการณ์ร้ายเป็นสิ่งจำเป็น การฝึกการป้องกันตัว (Self-defense Training) สมัยใหม่ มักรวบรวมเทคนิกมาจากศาสตร์หลายแขนงแล้วนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพภัยคุกคามในปัจจุบัน ท่าทางหรือท่วงท่าอาจไม่สวยงามเหมือนศิลปะการต่อสู้ (Martial Art) เนื่องจากคำนึงถึงประสิทธิผลในการใช้งานเป็นสำคัญ อีกทั้งง่ายในการฝึกซ้อมและเรียนรู้

สำหรับประชาชนทั่วไปการฝึกการป้องกันตัวบนพื้น (Self-denfense on the Ground) ถือเป็นหนึ่งในทักษะที่จำเป็น

สุดท้ายนี้ขอให้ตั้ง “สติ” ทุกครั้งเมื่อเผชิญเหตุ และขอให้ “พลังจงอยู่กับท่าน”

                                                                                    เรียบเรียงโดย Batman
                                                            อ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจากบทความเรื่อง Practical Ground Fighting ของ Michael Janich

Tuesday, May 29, 2012

Multi-tools


Multi-tools

เครื่องมือเอนกประสงค์ หรือ Multi-tool เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับนักผจญภัยหรือนักเดินทาง

มีดพับใน Multi-tool เป็นอุปกรณ์หลักที่มักมีในทุกด้าม เครื่องมือแต่ละชิ้นจะประกอบด้วยอุปกรณ์หลากหลายชนิดขนาดย่อส่วน เช่น มีด กรรไกร คีม ไขควง ตะไบ เลื่อย แว่นขยาย ไฟฉาย ที่เปิดกระป๋อง ฯ โดยพับเก็บไว้อย่างมิดชิด การพก Multi-tool หนึ่งชิ้นติดตัวเปรียบเหมือนพกอุปกรณ์ไปด้วยหลายชนิด ถึงแม้อุปกรณ์แต่ละอย่างจะมีขนาดเล็กและใช้งานได้ไม่ถนัดมือนักเมื่อเทียบกับการใช้อุปกรณ์แต่ละอย่างแบบแยกชิ้น แต่การพกอุปกรณ์ขนาดปกติหลายๆชนิดไปทุกวันหรือทุกครั้งที่ออกเดินทางก็อาจเป็นสิ่งที่ไม่สะดวกอย่างมาก นั้นจึงเป็นข้อดีและจุดขายของ Multi-tool ขนาดเล็กเหล่านี้

Multi-tool ที่มีชื่อเสียงในยุคแรกๆและยังคงนิยมอยู่จนถึงปัจจุบัน คงไม่มีใครไม่รู้จักมีดพับของ Swiss (Swiss Army Multi-tool) ยี่ห้อ Victorinox ซึ่งมีพื้นฐานมาจากการใช้งานในสนามรบ ทหารต้องการมีดและอุปกรณ์ใช้งานหลายชนิดแต่ไม่อยากพกอุปกรณ์ติดตัวไปมาก จึงได้พัฒนามีดพับซึ่งมีอุปกรณ์ใช้งานจิปาถะเล็กๆน้อยๆซ้อนไว้ในด้ามมีด ต่อมามีดและอุปกรณ์ลักษณะนี้ได้รับความนิยมและแพร่หลายไปทั่วโลก

ในระยะหลังมานี้มี Multi-tool อีกยี่ห้อหนึ่งซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้น คือ Leatherman โดยได้แรงบันดาลใจจากการที่ผู้คิดค้นนิยมการเดินทางไกลโดยรถยนต์ เมื่อรถเสียกลางทางบ่อยครั้งต้องขนเครื่องมือติดรถไปมากมายเพื่อซ่อมเครื่องยนต์ เขาจึงคิด Multi-tool ที่มีคีมเป็นอุปกรณ์หลักและมีอุปกรณ์อื่นๆอีกมากมายประกอบเข้ามา

ในปัจจุบันนี้ Multi-tool ได้มีการผลิตเพื่อตอบสนองต่อกิจกรรมที่หลากหลายและจำเพาะมากขึ้น เช่น เพื่อการตั้งแคมป์ เดินเรือ ลูกเสือ ทหาร นายพราน การยังชีพ เป็นต้น โดยมีอุปกรณ์ภายในที่แตกต่างกันตามความเหมาะสมของกิจกรรม

นอกจากนั้นแต่ละกิจกรรมก็มีอุปกรณ์ให้เลือกหลายขนาดตามจำนวนอุปกรณ์ที่มีบรรจุในแต่ละชิ้น บริษัทผลิตมีดบางยี่ห้อก็มีการผลิต Multi-tool เช่นกัน อาทิเช่น SOG, Gerber เป็นต้น มีดพับในอุปกรณ์เหล่านี้บางยี่ห้อบางแบบมีระบบล็อกใบมีดยามเปิดใช้งานที่แน่นหนา เช่น Linerlock อีกทั้งสามารถเปิดใบมีดได้ด้วยมือเดียว ทำให้สามารถนำมาใช้เพื่อป้องกันตัวได้ด้วย

สำหรับทหาร ตำรวจหรือประชาชนทั่วไปการมี Multi-tool สักอันที่สอดคล้องกับแนวทางการใช้ชีวิตก็เป็นสิ่งที่เหมาะสมทีเดียว ไม่จำเป็นต้องเลือกยี่ห้อดังๆ ราคาแพงๆ หรือ Multi-tool ที่อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์มากมายซึ่งหลายชิ้นชาตินี้อาจไม่มีโอกาสได้ใช้ แต่ขอให้มีขนาดเหมาะสม พกพาสะดวกมีอุปกรณ์ที่เราใช้งานบ่อยๆตรงกับกิจกรรมในชีวิตและการทำงานของเราก็ถือเป็นอันใช้ได้แล้ว

สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับมีดขอให้มี “สติ”
                                                                                
เรียบเรียงโดย Batman

Sunday, May 13, 2012

Always Ready

Always Ready



นาย John Thomas Grohn เป็นครูฝึกตำรวจมามากกว่าสิบปี เขาเป็นคนที่ใฝ่หาความรู้ตลอดเวลา เนื่องจากมักจะตั้งคำถามให้กับตัวเองบ่อยๆว่า “จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า...?” เช่น จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า... คนขับรถที่ถูกเรียกให้จอด เปิดประตูออกมาพร้อมกับปืนในมือ หรือคนร้ายตัดสินใจที่จะต่อสู้กับเขาด้วยมือเปล่าเหมือนอย่างกับนักกีฬา MMA (Mixed Martial Art) และตัวเองสามารถรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นเหล่านี้ได้หรือไม่


การตั้งคำถามเช่นนี้เป็นสิ่งท้าทายตัวเองว่าเราพร้อมที่จะเผชิญสถานการณ์วิกฤติหรือไม่ ทำให้เขาต้องใช้เวลาว่างในการฝึกฝนและไฝ่หาความรู้เพิ่มเติมอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกเวลาปฏิบัติงานเขาจะเตรียมพร้อมอยู่เสมอ


สำหรับประชาชนทั่วไปแล้วการเผชิญเหตุร้ายอาจแตกต่างจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่คุณก็ควรตั้งคำถามทำนองนี้ซึ่งอาจต้องเผชิญ อาทิเช่น


จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณ... เกิดถูกคนร้ายจี้ด้วยมีด ปืน หรือถูกทำร้ายด้วยไม้ ถูกรุมทำร้าย ถูกคุกคามทางเพศ คุณมีความพร้อมที่จะเผชิญเหตุ มีทักษะในการเอาตัวรอดหรือไม่ ถ้าคำตอบคือ “ไม่มีทักษะ หรือ ไม่พร้อมรับมือ” แล้วคุณจะทำอย่างไรให้ตัวคุณ “มีทักษะ หรือ พร้อมที่จะรับมือ” คำถามและคำตอบเหล่านี้คุณต้องคิดและหาคำตอบด้วยตนเอง


การฝึกการป้องกันตัว (Self-defense) นั้นจะเกิดประโยชน์เฉพาะบุคคลซึ่งตระหนักและฝึกฝนเองเท่านั้น ไม่สามารถฝึกแทนกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันตัวด้วยมือเปล่า มีด หรืออาวุธปืน ต่างก็เป็นทักษะซึ่งต้องใฝ่หาและฝึกซ้อมให้เกิดความชำนาญ


สุดท้ายนี้ขอให้ตั้ง “สติ” ทุกครั้งเมื่อเผชิญเหตุ และขอให้ “พลังจงอยู่กับท่าน”

เรียบเรียงโดย Batman


อ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจากบทความเรื่อง What if grasshoppers had machine guns? ของ John Thomas Grohn

Sunday, April 29, 2012

ผู้หญิงกับอาวุธ


ผู้หญิงกับอาวุธ

เพิ่งอ่านข่าวเล็กๆในหนังสือพิมพ์ขึ้นหัวข้อไว้ว่า “สาวใหญ่ใจเด็ด” เนื้อข่าวกล่าวว่า มีคนร้ายขี่จักรยานยนต์มาจอดในหอพัก แล้วแอบเข้าไปขโมยทรัพย์สิน มีคนพบเห็นก็โทรศัพท์มาบอกสาวใหญ่เจ้าของหอ คุณเธอก็คว้าปืนออกมาไปขู่คนร้าย กลับถูกแย่งปืนไปแล้วคนร้ายใช้ด้ามปืนตีศีรษะเธอแตก สาวเจ้าของหอก็แย่งปืนคืนพร้อมดึงเสื้อคนร้ายจนกุญแจรถจักรยานยนต์ของคนร้ายหล่น เขาเลยทิ้งรถวิ่งหลบหนีไป คุณเธอให้การว่า ที่กล้าแย่งปืนคนร้ายเพราะรู้ว่า “ปืนไม่มีลูก”

ผมอ่านข่าวนี้พร้อมกับความรู้สึกขอบคุณคุณพระคุณเจ้าที่สาวใหญ่ผู้นี้ไม่เสียชีวิต ผมเคยพูดและเขียนไว้หลายวาระว่า ไม่มีผู้ชายคนไหนกลัวผู้หญิงถืออาวุธหรอก คนร้ายโดยอาชีพหรือผู้ชายที่ชอบใช้ความรุนแรง จะคุ้นเคยกับอาวุธประเภท มีด ปืน เป็นอย่างดี เขาอาจแปลกใจ ตกใจ หรือผิดคาดหมาย เมื่อเหยื่อชักอาวุธออกมาแสดง แต่สิ่งนี้ไม่ใช่ความกลัวแน่ แล้วอารมณ์ก็จะเปลี่ยนเป็นความโกรธในที่สุด ยิ่งเหยื่อแสดงอาการเก้ๆกังๆ หรือแหยงอาวุธที่ตัวเองถือเสียเอง ร้อยทั้งร้อยคิดจะแย่งอาวุธมาเล่นงานเหยื่อแน่นอน

ในกรณีของหญิงคนนี้เธอทำผิดหลายประการ จนอาจเป็นเหตุให้ต้องเสียชีวิตได้ทั้งสิ้น เริ่มจาก

-          เมื่อมีคนโทรมาบอกว่ามีขโมย แทนที่เธอจะโทรแจ้งตำรวจ เธอกลับเลือกที่จะไปเผชิญหน้ากับคนร้ายเสียเอง โดยไม่ตระหนักว่าตัวเองมีต้นทุนอยู่แค่ไหน อย่างนี้ไม่เรียกว่า ใจเด็ด แต่ผมเรียกว่า ไร้สติ

-          เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ตัวเอง เธอเลือกที่จะหยิบปืน ไปขู่ขโมย ทั้งๆที่รู้ว่าปืนไม่มีลูก โดยคิดเองว่า ต่อให้ขโมยมีอาวุธอะไรพกมาด้วย คงไม่กล้าชักออกมาวัดดวงกับปืน (ที่ไม่มีลูก) ของเธอแน่นอน อย่างนี้เรียกว่า ไร้เดียงสา

-          เมื่อเอาปืนขู่ขโมย เพราะขาดทักษะในการใช้อาวุธ เธอก็เผลอให้คนร้ายแย่งปืนไปได้ ผมเชื่อว่ามันคงพยายามยิงเธอแน่ แต่เมื่อยิงไม่ได้ก็ใช้ด้ามปืนฟาดหัวเธอแตก ลองคิดดูว่าถ้าปืนมีลูกบรรจุอยู่ หรือคนร้ายมีมีดหรือปืนติดตัวมา ผมเชื่อว่าที่เธอคงไม่เพียงหัวแตกแน่ อย่างนี้เรียกว่า ขาดทักษะ

-          เมื่อเธอแย่งปืนคืนมาได้ แทนที่จะปล่อยคนร้ายไปเพื่อตามจับทีหลัง เธอกลับปลุกปล้ำยื้อตัวคนร้ายสุดฤทธิ์ คนร้ายก็ดิ้นรนสุดชีวิตเหมือนกัน ในสถานการณ์อย่างนี้คนร้ายอาจเปลี่ยนใจมาฆ่าเธอแทนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เคราะห์ดีที่มันคิดแต่จะดิ้นรนจนหลุดแล้ววิ่งหนีไป สิ่งที่เธอผู้นี้ทำผมเรียกว่า ไม่ประมาณตน

หลักของการป้องกันตัว (Self-defense) อันเป็นสากลบอกไว้ชัดเจนว่า หากไม่มีทักษะที่ดีพอในการใช้อาวุธแล้วละก็ อย่าพยายามหยิบอาวุธใดๆมาขู่คนร้ายเป็นอันขาด เพราะมันจะเป็นการฆ่าตัวตายอย่างไม่ต้องสงสัย

การออกไปเผชิญหน้ากับคนร้ายเราต้องประเมินความพร้อมของตัวเองก่อน คิดถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก และควรเป็นทางเลือกสุดท้าย

ดื่มชาในถ้วยของคุณให้หมดก่อน แล้วผมจะเติมให้เต็มใหม่
                                                                                                             
เรียบเรียงโดย Snap shot

Saturday, March 31, 2012

Survival Knives


Survival Knives

มีดยังชีพ (Survival Knife) มักเป็นมีดที่นักเดินป่า นายพราน หรือผู้รักการผจญภัยในพงไพรนิยมพกติดตัว มักเป็นมีดขนาดใหญ่ เช่น พร้า (Machete) เพื่อใช้ฟันหรือตัดต้นหญ้งหรือกิ่งไม้เพื่อเปิดทางในการเดินทาง หรือใช้ทำฟืนหรือที่พัก เป็นต้น

แต่ก็มีมีดขนาดปานกลางซึ่งนิยมพกติดตัวได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นมีดขนาดใบ 5 ถึง 8 นิ้ว เป็นต้น ส่วนใหญ่มักจะใช้มีดใบตายมากกว่ามีดพับเนื่องจากให้ความแข็งแรงมากกว่ามีดพับ อีกทั้งน้ำหนักเบากว่าพร้าซึ่งมักยาวมากกว่าสิบนิ้ว และพกพาได้สะดวกมากกว่าสามารถใช้งานจิปาถะเล็กๆน้อยๆได้ดี

มีดถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือยังชีพที่สำคัญ ดังนั้นหลายครั้งเรามักจะพกทั้งพร้าและมีดสำรองเหน็บเอวเอาไว้อีกเล่มหนึ่งเพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการเลือกมีดใช้งานหากจำเป็นต้องเข้าป่าเป็นเวลาหลายวัน

สำหรับประชาชนทั่วไปหากจำเป็นต้องเดินทางเข้าไปในพื้นที่ซึ่งไม่คุ้นเคยและเป็นป่าเขา การพกมีดใบตายขนาดพอเหมาะสักเล่มก็ถือว่าเป็นการไม่ประมาทจนเกินไป

มีดยังชีพมีหลายแบบหลายขนาด ส่วนใหญ่ปลายมีดที่นิยมมักจะเป็น Drop หรือ Clip point (อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความเรื่อง Knife Blade Shapes เมื่อ 21 April 2011) เนื่องจากปลายมีดไม่หักหรือบิ่นง่าย นอกจากนั้นมีดแบบนี้ยังสามารถใช้ในการต่อสู้ป้องกันตัวได้ดีอีกด้วย

ส่วนใหญ่มักเป็นมีดคมเดียวและแบบใบเรียบ (Plain Blade) แต่บางครั้งก็มีใบกึ่งหยักซึ่งใช้ตัดเอ็นตกปลาหรือเลื่อยกิ่งไม้เล็กพอได้ โดยทั่วไปนิยมมีดซึ่งเป็นใบเรียบตลอดความยาวและหากเป็นมีดซึ่งมีด้ามเหล็กยาวตลอดถึงปลายด้าม (Full tang) ก็จะยิ่งให้ความแข็งแรงกับมีดได้ดียิ่งขึ้น (มีดเพื่อการยังชีพต้องเน้นความสมบุกสมบัน ทนต่องานหนักได้ดี ไม่หักหรือบิ่นง่าย)

คุณภาพของเหล็กที่ทำใบมีดก็มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่เหล็กธรรมดาซึ่งเป็นมิตรกับสนิม ไปจนถึง Stainless steel (มีโอกาสขึ้นสนิมได้น้อย) หรือทำจากเหล็กซึ่งกันสนิมได้ 100 เปอร์เซ็นต์ก็มี ราคาของมีดก็ขึ้นกับเหล็กที่ใช้ ความยาวของใบมีด การออกแบบ และชื่อเสียงของยี่ห้อที่ผลิต

มีดแบบนี้นิยมในหมู่ทหารเวลาปฏิบัติภาระกิจเช่นกัน เนื่องจากสามารถนำมาใช้ได้อย่างหลากหลายวัตถุประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ป้องกันตัวและการยังชีพ อีกทั้งขนาดไม่ใหญ่จนเกินไปสามารถพกติดตัวเดินทางระยะไกลได้

สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับมีดขอให้มี “สติ”
                                                                                                            เรียบเรียงโดย Batman
 

Samsung LCD televisions