Monday, January 23, 2012

How to Prevent Home Invasion


How to Prevent Home Invasion

การบุกรุกบ้านโดยคนร้าย (Home Invasion) ถือเป็นหนึ่งในอาชญากรรมร้ายแรง โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ การลักขโมยและการปล้นบ้าน

การลักขโมย เป็นอาชญากรรมที่มักไม่มีพยานรู้เห็นเหตุการณ์ อาทิเช่น ตัวคุณไม่อยู่บ้านขณะที่มีการลักขโมยเกิดขึ้น มารู้ตัวอีกครั้งเมื่อกลับมาบ้านและพบว่ามีของหาย

แต่การบุกปล้นบ้านนั้นเป็นอะไรที่ต่างออกไปมาก มีทั้งความรุนแรงและน่ากลัว เพราะไม่เพียงแค่ทรัพย์สินในบ้าน แต่ตัวคุณและสมาชิกในครอบครัวก็ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมด้วย

นาย George Wehby ได้ให้ข้อแนะนำเป็นบัญญัติ 10 ประการ ในการป้องกันบ้านจากการถูกบุกรุกในทั้งสองกรณี

1.      ล๊อกประตูและหน้าต่างทุกบาน เมื่อตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุมักจะมองหาประตูหรือหน้าต่างที่ไม่ได้ล๊อกเป็นอย่างแรก เนื่องจากคนร้ายจะตรวจสอบประตูและหน้าต่างทีละบานเพื่อใช้เป็นทางเข้าภายในบ้าน ถึงแม้ไม่สามารถรับประกันการถูกบุกรุกได้แต่ก็ทำให้การเข้าภายในบ้านนั้นยากขึ้น

2.      ใช้ประตู หน้าต่างและระบบล๊อกที่แข็งแรง เมื่อคนร้ายบุกรุกบ้านด้วยความรุนแรง เขาอาจเพียงแค่ถีบประตู งัดประตู ก็สามารถเข้าไปภายในบ้านอย่างรวดเร็ว และอาจเข้าไปได้ทุกห้องภายในเวลาน้อยกว่าห้านาทีเสียอีก ดังนั้นการซื้อเวลาให้คนร้ายเข้ามายากขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ คุณควรใช้ประตู หน้าต่างและระบบล๊อกที่แข็งแรงแน่นหนา ซึ่งช่างกุญแจประตูอาจให้คำแนะนำที่ดีได้

3.      ใช้แสงสว่างให้มาก โดยปกติเมื่อความมืดมาเยือนเรามักจะมองหาที่ซึ่งมีแสงสว่าง ในยามค่ำคืนหากภายนอกบ้านเรามีแสงสว่างเพียงพอโดยเฉพาะหน้าทางเข้าบ้าน คนร้ายมักจะไม่เลือกที่จะใช้ประตูด้านนั้น เขาจะมองหาที่มืดซึ่งจะทำให้ไม่มีใครเห็นเขาขณะเข้าไปในบ้าน ดังนั้นหากมีระบบป้องกันขโมยซึ่งใช้การตรวจจับการเคลื่อนไหวแล้วสั่งงานให้เปิดไฟทั้งในและบริเวณรอบบ้าน จะทำให้คนร้ายคิดว่าคนในบ้านรู้แล้วว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น และเพราะแสงสว่างอาจทำให้มีคนเห็นเขาได้ง่ายจึงอาจเลิกล้มความตั้งใจที่จะบุกรุกเข้าไปได้

4.      ปิดหน้าต่างและม่านให้สนิท คนร้ายมักประสงค์ต่อทรัพย์ภายในบ้าน หากเขาไม่สามารถมองเห็นอะไรภายในบ้านได้ ไม่รู้ว่ามีทรัพย์สินมีค่าอะไรอยู่บ้าง ไม่รู้ว่ามีคนหรือสัตว์เลี้ยงภายในบ้านหรือไม่ จะทำให้เกิดความไม่แน่ใจ ซึ่งอาจทำให้คนร้ายเปลี่ยนใจที่จะเลือกบ้านหลังดังกล่าว

5.      มีสุนัขเฝ้ายาม (Guard dog) คนร้ายไม่ค่อยชอบเพื่อนสี่ขาสักเท่าไร เพราะมันอาจทำอันตรายเขาได้ คุณอาจไม่จำเป็นต้องฝึกสุนัขของคุณแบบพวกมืออาชีพใช้ แต่ขอให้พอเชื่อใจในการเฝ้าระวังภัยได้ก็พอ

6.      มีระบบเตือนภัยผู้บุกรุก (Alarm system) เสียงดังจากระบบเตือนภัยจะช่วยเตือนเราให้รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ และคนร้ายมักเลือกเหยื่อที่ลงมือง่ายๆมากกว่า อีกทั้งเป็นการเตือนให้ยามหรือตำรวจมาดูที่บ้านด้วย

7.      แจ้งและรายงานกิจกรรมต้องสงสัย คนร้ายก่อนจะลงมือมักมีการเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของบ้านเป้าหมายก่อนหลายวัน ความตระหนักรู้ต่อภัยคุกคาม หรือ Awareness เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการป้องกันตัว เมื่อเห็นสิ่งผิดปกติอาจโทรแจ้งตำรวจให้ช่วยมาตรวจสอบหรือลาดตระเวณบริเวณบ้านให้บ่อยขึ้น และตรวจสอบผู้มาเยือนให้แน่ชัดก่อนเปิดประตูออกไป

8.      ป้องกันข้อมูลของคุณ ขยะที่คุณเอาไปทิ้งนอกบ้านอาจมีข้อมูลที่สำคัญของคุณอยู่ด้วยก็ได้ ซึ่งคนร้ายอาจใช้ข้อมูลเหล่านั้นในการหาทางเข้าบ้านคุณ เช่น มีใบสั่งซื้อของส่งถึงบ้าน คนร้ายอาจปลอมเป็นพนักงานส่งของได้ เป็นต้น นอกจากนั้นอาจมีการขโมยข้อมูลส่วนตัวอื่นๆของคุณได้อีก (Identity theft)

9.      มีเพื่อนบ้านที่ดี การมีเพื่อนบ้านที่ดีจะช่วยเราเฝ้าระวังคนร้ายจากการบุกรุกได้ในระดับหนึ่ง จึงควรรู้จักเพื่อนบ้านว่าเป็นใครบ้างและเฝ้าระวังซึ่งกันและกัน

10.  คิดเหมือนคนร้าย (Think like a home invader) พยายามมองหาจุดอ่อนของบ้านในการที่คนร้ายจะสามารถบุกรุกเข้ามาได้แล้วทำการแก้ไขเสีย การทำเช่นนี้ไม่ใช่ความหวาดระแวงแต่เป็นเรื่องของการป้องกัน

ข้อแนะนำทั้งหมดนี้คงไม่ใช่สูตรสำเร็จที่จะสามารถป้องกันภัยคุกคามได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ทำให้บ้านของเรามีความปลอดภัยมากขึ้น ในหลายกรณีเราอาจต้องทำมากกว่าที่แนะนำไว้ขึ้นกับสถานการณ์และสภาพแวดล้อม

สุดท้ายนี้ขอให้ตั้ง สติ ทุกครั้งเมื่อเผชิญเหตุ และขอให้ พลังจงอยู่กับท่าน 

เรียบเรียงโดย Batman                                                             อ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจากบทความเรื่อง 10 Rules to Prevent  Home Invasions ของ George Wehby

Sunday, January 1, 2012

สวัสดีปีใหม่ 2012


สวัสดีปีใหม่ 2012
ขอให้ผู้อ่านทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญ ตลอดปีมังกรทองนี้ครับ

                                                                             Batman

Friday, December 23, 2011

2 nd Anniversary


2 nd Anniversary

Thai self-defense ได้ให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องการป้องกันตัว (Self-defense) มาจนครบ 2 ปี และก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 อย่างมั่นคง

ตลอดเวลาที่ผ่านมาได้ให้ความรู้ผ่านทางเว็บไซด์และการฝึกอบรมให้กับประชาชนอย่างสม่ำเสมอ สำหรับสังคมไทยซึ่งมีความตื่นตัวน้อยเกี่ยวกับการป้องกันตัว อีกทั้งมีแหล่งความรู้และสถานที่ฝึกอบรมการป้องกันตัวโดยตรงไม่มากนัก Thai self-defense จึงเป็นอีกหนึ่งแหล่งซึ่งประชาชนสามารถเข้าถึงได้

จุดมุ่งหมายสำคัญอย่างหนึ่งของ Thai self-defense ก็คือ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องการฝึกอบรมการป้องกันตัว (Self-defense) กับ การฝึกศิลปะการต่อสู้ (Martial Arts) ถึงแม้เนื้อหาหลายส่วนจะเกี่ยวพันและสัมพันธ์กันอยู่ แต่ก็มีความแตกต่างกันในหลายมิติ

ในความคิดของคนส่วนใหญ่เมื่อพูดถึงการป้องกันตัวก็มักจะคิดถึง ศิลปะการต่อสู้ (Martial Arts) เช่น Taekwondo Judo Jujitsu Aikido เป็นต้น แต่ในต่างประเทศประชาชนจะทราบว่าการป้องกันตัวเป็นศาสตร์ของการประยุกต์ใช้ประโยชน์จาก Martial Arts หลายแขนง นำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพราะภัยคุกคามภาคประชาชนมีความหลากหลาย มีอาวุธหลายประเภทเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งหากเรียน Martial Arts เพียงสาขาใดสาขาหนึ่งจะไม่สามารถเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์ส่วนใหญ่

โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ยิงปืนมานาน ได้มีโอกาสฝึกฝนการใช้อาวุธมีดเพื่อป้องกันตัวและสนใจในรูปแบบการป้องกันตัวด้วยมือเปล่าที่เป็นสากล เล็งเห็นว่าความรู้เหล่านี้ในต่างประเทศมีการสอนและฝึกให้กับประชาชนอย่างกว้างขวาง แต่สำหรับประเทศไทยแล้วกลับไม่พบว่ามีการสอนอย่างเป็นระบบที่ชัดเจน อีกทั้งทัศนคติเกี่ยวกับการป้องกันตัวของประชาชนก็ยังไม่ถูกต้อง จึงอาศัย Thai self-defense เป็นช่องทางเผยแพร่ความรู้

อย่างไรก็ตามเนื่องจากเว็บไซด์เป็นพื้นที่สาธารณะไม่สามารถควบคุมได้ว่าผู้อ่านเป็นใคร เป็นคนดีหรือคนร้าย ดังนั้นเนื้อหาที่ลงใน Thai self-defense จึงมุ่งเน้นที่หลักการมากกว่ารายละเอียด ผู้อ่านบางท่านอาจรู้สึกว่าเนื้อหาไม่เข้มข้น ก็คงต้องขอให้เข้าใจว่ามีข้อจำกัดดังกล่าว หากสนใจความรู้ในเชิงลึกก็สามารถติดต่อพูดคุยกันได้

ในสังคมปัจจุบันภัยคุกคามต่อชีวิตและทรัพย์สินของท่านและบุคคลที่ท่านรักมีมากขึ้นเรื่อยๆ สังคมไทยมีความแตกแยกทางความคิดและใช้อารมณ์เข้ามาตัดสินปัญหามากขึ้น ทำให้พบเห็นการก่ออาชญากรรมเพิ่มขึ้นทุกวัน ในขณะที่เจ้าหน้าที่ของรัฐก็ไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง สุจริตชนจึงควรหาความรู้และฝึกฝนการป้องกันตัวเอาไว้เพื่อให้รอดพ้นจากภัยคุกคามในสังคม

สุดท้ายนี้อย่าคิดว่าเรื่องร้ายๆจะไม่เกิดกับท่าน เพราะเหยื่อของอาชญากรรมเหล่านั้นก็เคยคิดเช่นนี้มาก่อน ดังนั้นจึงควรเตรียมตัวให้พร้อมรับสถานการณ์ร้ายแรงไว้เสมอ ดังคำกล่าวที่ว่า เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อเผชิญสิ่งที่แย่ที่สุด แต่คาดหวังไว้สำหรับสิ่งที่ดีที่สุด (Prepare for the Worst, but Hope for the Best)
                                                                                    เรียบเรียงโดย Batman

สิ่งที่หนัง, ละคร หลอกคุณ


สิ่งที่หนัง, ละคร หลอกคุณ

ใครเป็นแฟนหนัง, ละครบู๊แอ็คชั่นอย่างเหนี่ยวแน่นยิ่งมีดารานำที่เราชื่นชอบ ยิ่งต้องติดตามดูไม่ให้คลาดแม้สักตอนเดียว ด้วยเหตุที่เราติดตามดูด้วยความพอใจในตัวดาราเป็นหลัก เราอาจไม่ทันฉุกคิดว่าเหตุการณ์ในหนังหรือละครนั้น มีหลายกรณีที่มันไม่อาจทำได้หรือเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง ขอยกตัวอย่างให้ลองพิจารณาดู

1.      เสือเมฆค่อยๆย่องไปตามแนวต้นไม้ สายตาสอดส่ายไปมาอย่างระแวดระวัง ไอ้หาญมันอยู่ไหนนะ เสือเมฆคิด หยุดตรงนั้นแหละ! เสียงไอ้หาญดังขึ้นด้านหลัง เสือเมฆชะงัก มันค่อยๆเอี้ยวตัวมองย้อนไป ไอ้หารถือปืนลูกซอง เล็งตรงมาระยะห่าง 7 10 เมตร ทิ้งปืน! แล้วค่อยๆหันมา... อย่าตุกติก หาญสั่งเสียงดัง เสือเมฆกระชับปืนในมือแน่น หมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว ลั่นกระสุนไปสองนัด ปัง! ปัง! ไอ้หาญค่อยๆทรุดลง... ความจริง ถูกจี้ดวยปืนลูกซองในระยะ 5 เมตรขึ้นไปเป็นเรื่องที่อันตรายที่สุด ต่อให้ถือปืนในมือประจันหน้ากันก็ยกขึ้นยิงไม่ทันแน่นอน อย่าว่าแต่ต้องหมุนตัวกลับไปยิง ซึ่งต้องใช้เวลามากขึ้นอีก อย่าพยายามวัดดวงกับปืนลูกซองในระยะห่างเกินกว่ามือเอื้อมถึงเป็นอันขาด

2.      ซาร่ายืนเผชิญหน้ากับจอร์จในระยะใกล้ ในมือจอร์จมีปืนออโตเมติก .45 ขึ้นมาพร้อมเล็งตรงมาที่หล่อน จอร์จจ้องตาซาร่าอย่างชิงชัง ซาร่ายิ้มอย่างท้าทาย “ปืนแกไม่มีประโยชน์หรอก” ทันใดนั้นซาร่าใช้มือปัดปืนของจอร์จให้พ้นไป แล้วยกเท้าเตะระหว่างขาอย่างแม่นยำ จอร์จทรุดลงนอนด้วยอาการจุกเสียด ซาร่าวิ่งพ้นสายตาไป เขายังนอนดิ้นอยู่กับพื้น ความจริง เมื่อถูกปืนจอร์จจี้ในระยะใกล้ การปัดป้องปืนที่ขึ้นนกพร้อมอย่างกระทันหันเป็นเรื่องยากและมีความเสี่ยง ยิ่งการเตะระหว่างขาหวังจะสร้างอาการจุกเสียดจนหมดแรงจนไม่อาจเหนี่ยวไกปืน เรื่องนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่จริง การเตะระหว่างขาไม่สร้างผลกระทบต่อกล้ามเนื้อที่ใช้เหนี่ยวไกปืน ใครดูหนังแล้วทำตามมีโอกาสตายมากกว่ารอด

3.      ทอมกับเจอรี่ ต่างสาดกระสุนเข้าใส่กันอย่างดุเดือด ปัง! ปัง! ปัง! กิ่งไม้รอบตัวทอมกระจุยกระจายด้วยแรงกระสุน เขายกปืนขึ้นยิงสวนไป ปัง! ปัง! แชะ... กระสุนหมด เจอรี่ยิ้ม เล็งปืนมาที่ทอม เดินเข้าใกล้อย่างย่ามใจ “ลาก่อน ทอม” แต่มัน...ช้าไป มีดจากมือทอมพุ่งเข้าปักกลางอก เจอรี่ชะงักค้างพยายามเหนี่ยวไกแต่ไม่มีแรงร่างทรุดลงกับพื้น... ความจริง การขว้างมีดให้ได้แรงและแม่นยำ ต้องมีการเตรียมตัว จัดท่าทางและกะระยะอย่างพิถีพิถัน โอกาสยากมากที่จะชิงจังหวะขว้างมีดเข้าเป้าก่อนปืน อีกทั้งการที่ใครสักคนถูกมีดขว้างปักร่างแล้วชะงักงัน ไม่มีแรงแม้จะเหนี่ยวไกปืน เป็นจินตนาการของคนเขียนบทและผู้กำกับ เพราะมีดไม่เหมือนกระสุนปืนที่มีความเร็วสูงกว่ากันมาก เมื่อกระสุนกระทบร่างกระสุนปืนจะถ่ายเทพลังงานที่แฝงมาทั้งหมดให้กับอวัยวะภายใน ทำให้ผู้ถูกกระสุนมีอาการชะงักงันหรือหมดสติชั่วคราว แต่อาการอย่างนี้จะไม่เกิดจากมีด ฉะนั้นใครที่เรียนการขว้างมีดแล้วใช้มีดขว้างในสถานการณ์คับขันเพื่อหวังหยุดยั้งคู่ต่อสู้ อาจต้องเสียชีวิตก่อนที่คู่ต่อสู้จะรู้ตัวว่าถูกมีดด้วยซ้ำ

ยกตัวอย่างมาบางกรณี เพื่อให้พวกเราฉุกคิดว่าหนังละครสร้างมาเพื่อให้เราดูสนุก บางครั้งมีฉากที่หลอกตาหรือเหนือจริง เราต้องรู้เท่าทัน

“หลีกเลี่ยงได้คือชนะ เข้าปะทะมีแต่แพ้”
                                                                                                            เรียบเรียงโดย Snap shot

Friday, December 9, 2011

Easy Defense Studio

Tuesday, December 6, 2011

Knife Disarm Tactics


Knife Disarm Tactics

อาวุธมีดถือเป็นภัยคุกคามที่พบบ่อยที่สุด เนื่องจากเป็นอาวุธที่หาง่ายและราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับอาวุธปืน มีดที่ใช้ก่อเหตุอาจเป็นเพียงแค่มีดปลอกผลไม้ มีดทำครัวหรือแม้แต่คัตเตอร์ทั่วไปก็ได้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นมีดต่อสู้ (Combat knife) ราคาแพงๆเสมอไป

หากประชาชนทั่วไปมีความรู้เกี่ยวกับการปลดอาวุธมีด จะเพิ่มโอกาสรอดหรือลดความเสียหายจากภัยคุกคามได้มากขึ้น

ภัยคุกคามจากมีดจะมีอยู่สองลักษณะ คือ ขณะที่มีดหยุดนิ่ง (Static) เช่น การถูกจี้ด้วยมีด และขณะที่มีดมีการเคลื่อนไหว (Dynamic) เช่น ขณะถูกทำร้ายด้วยมีดไม่ว่าจะเป็นการฟันหรือแทง

มีวิธีการปลดอาวุธมีด (Knife Disarm Tactics) ในทั้งสองสถานการณ์ แต่การปลดอาวุธมีดในขณะที่ถูกมีดจี้นั้นมีโอกาสประสบผลสำเร็จมากกว่า ข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งของการปลดอาวุธไม่ว่าจะเป็นมีดหรือปืนขณะถูกจี้ ก็คือ เรารู้ว่าตัวเราจะปลดอาวุธของคนร้ายเมื่อใด แต่คนร้ายไม่รู้ว่าจะถูกปลดอาวุธเมื่อไร

ในการฝึกการป้องกันตัว (Self-defense) จะมีการสอนการปลดอาวุธมีดด้วยมือเปล่าในขณะที่ถูกจี้ในหลายลักษณะ ไม่ว่าจะเป็นการถูกจี้จากด้านหน้า ด้านข้าง หรือด้านหลัง โดยอาศัยวิธีที่เรียบง่ายมีประสิทธิภาพ ควรหลีกเลี่ยงวิธีที่ซับซ้อน ถึงแม้อาจดูสวยงามแต่เป็นการยากที่จะจดจำและทำตามได้อย่างถูกต้อง

ในสถานการณ์ที่ถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีดไม่ว่าจะเป็นการถูกฟันหรือแทง จะเป็นการยากมากที่จะปลดอาวุธมีดด้วยมือเปล่า ถึงแม้จะมีการสอนกันอย่างกว้างขวางและดูน่าทึ่ง เพราะการโจมตีด้วยอาวุธมีดมีความรวดเร็วและไหลลื่นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อมีดอยู่ในมือของผู้ที่ชำนาญหรือได้รับการฝึกฝนมา

โดยส่วนตัวเมื่อต้องเผชิญกับอาวุธมีดที่เข้ามาทำร้าย หลังจากป้องปัดและหลบหลีกออกมาได้ ให้รีบมองหาวัตถุรอบตัวที่สามารถนำมาใช้เป็นอาวุธหรือสิ่งป้องกันตัวจากคมมีดมาถือไว้ในมือ เช่น เก้าอี้ สมุด กระเป๋า เป็นต้น และถ้าหนีได้ให้รีบหนี

หากจำเป็นต้องป้องกันตัวด้วยมือเปล่าจริงๆ จะไม่พยายามไปปลดอาวุธมีดของคนร้าย แต่จะควบคุมมือหรือแขนข้างที่ถืออาวุธของคนร้ายไม่ให้มีโอกาสทำร้ายเราได้ ซึ่งมีวิธีทำที่ง่ายและปลอดภัยกว่า อีกทั้งพยายามทำให้คนร้ายหมดความสามารถที่จะเป็นภัยคุกคาม ส่วนจะปลดอาวุธมีดก็ต่อเมื่อสถานการณ์ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมแล้วหรือในจังหวะที่สามารถทำได้โดยง่ายจริงๆ

แต่หากเรามีอาวุธในมือ ไม่ว่าจะเป็น ไม้ มีด หรือวัตถุอื่นใด การปลดอาวุธมีดในมือคนร้ายอาจเกิดขึ้นได้ในหลายจังหวะ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Defanging the snake (อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความเรื่อง Defanging the snake วันที่ 4 June 10) หรือใช้วิธีเฉพาะสำหรับอาวุธที่เรามีในมือ

การเรียนรู้การปลดอาวุธมีดจะทำได้ดีก็ต่อเมื่อรู้ว่ามีดนั้นสามารถเข้ามาทำร้ายเราในรูปแบบใดได้บ้าง การเตรียมตัวและเรียนรู้วิธีการจัดการกับภัยคุกคามจากอาวุธมีดเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งทักษะนี้อาจสร้างความแตกต่างระหว่างความเป็นและความตายได้เลยทีเดียว

สุดท้ายนี้ขอให้ตั้ง “สติ” ทุกครั้งเมื่อเผชิญเหตุ และขอให้ “พลังจงอยู่กับท่าน”


                                                                                                            เรียบเรียงโดย Batman
 

Samsung LCD televisions